ข้อมูลบริการทดสอบปริมาณสารวิตามินซี (Vitamin C) ในสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์ ด้วยเทคนิค HPLC

บริษัท วิสไบโอ (VISBIO) จำกัด มีบริการรับตรวจสอบและวิเคราะห์ปริมาณ องค์ประกอบทางชีวภาพ (Biomarker) ของ สารวิตามินซี (Vitamin C) อนุพันธ์แอล-แอสคอร์บิก แอซิด (LAscorbic Acid) ได้กับทุกผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม, อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งสารวิตามินซี หรือ กรดแอสคอร์บิก เป็นวิตามินละลายในน้ำชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญต่อสุขภาพ ร่างกายไม่สามารถสร้างวิตามินซีได้เองเนื่องจากไม่มีเอนไซม์ L-gulonolactone oxidase จึงจำเป็นต้องได้รับจากการรับประทานอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยทั่วไปวิตามินซี จะเสื่อมสลายได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับความร้อน แสงแดด และอากาศ วิตามินซี พบมากในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเช่น มะขามป้อม อะเซโรล่า เชอร์รี่ กีวี ฝรั่ง รวมถึงผักบางชนิด เช่น พริกหวาน บร็อคโคลี มะระขี้นก และมะเขือเทศ ปัจจุบันวิตามินซีเป็นสารที่นิยมนำมาใช้เป็นส่วนผสมที่สำคัญในผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม เนื่องจากวิตามินซีมีประโยชน์ทั้งทางสุขภาพ ร่างกาย และมีฤทธิ์ช่วยบำรุงผิวหนัง ให้ขาวกระจ่างใสได้อีกด้วย

วิตามินซี คืออะไร

วิตามินซี หรือ กรดแอสคอร์บิก มีสูตรโครงสร้างทางเคมี C6H8O6 เป็นวิตามินละลายในน้ำชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญต่อสุขภาพ ร่างกายไม่สามารถสร้างวิตามินซีได้เองเนื่องจากไม่มีเอนไซม์ L-gulonolactone oxidase จึงจำเป็นต้องได้รับจากการรับประทานอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยทั่วไปวิตามินซี จะเสื่อมสลายได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับความร้อน แสงแดด และอากาศ ดังนั้นหากเก็บผักและผลไม้ไว้เป็นเวลานาน ปริมาณวิตามินซีก็จะลดลงอย่างรวดเร็วนอกจากนี้ไม่สามารถถูกเก็บสะสมไว้ในร่างกายได้นานจึงจำเป็นต้องได้รับวิตามินซีทุกวันเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

แหล่งอาหารของวิตามินซี

วิตามินซี พบมากในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเช่น มะขามป้อม อะเซโรล่า เชอร์รี่ กีวี ฝรั่ง รวมถึงผักบางชนิด เช่น พริกหวาน บร็อคโคลี มะระขี้นก และมะเขือเทศ สำหรับผู้ที่รับประทานผักและผลไม้น้อย หรือรับประทานผัก และผลไม้ที่เก็บไว้ เป็นเวลานาน ผู้ที่เครียด อยู่ท่ามกลางมลพิษ สูบบุหรี่ ดื่มสุราเป็นประจำ อาจได้รับวิตามินซีไม่เพียงพอ และจากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า คนไทยส่วนใหญ่รับประทานผักและผลไม้ไม่เพียงพอ หรือ มีผู้ที่รับประทานผักและผลไม้เพียงพอตามที่แนะนำ (มากกว่า 5 หน่วยบริโภค หรือ 400 กรัม) เพียงแค่ 21.2% เท่านั้น

ตารางแสดง ปริมาณวิตามินซีในผลไม้

ชื่อของผลไม้ปริมาณต่อหน่วยบริโภคปริมาณวิตามินซี (มิลลิกรัม)
ฝรั่งกิมจู½ ผล138
ฝรั่งกลมสาลี่½ ผล234
มะละกอแขกดำ7 ชิ้นคำ (6x2x1.5 ซ.ม.)79
มะละกอฮอลแลนด์4 ชิ้นคำ (4×4.5×2 ซ.ม.)109
ลิ้นจี่จักรพรรดิ์4 ผล62
สตรอเบอร์รี่9 ผล112
เงาะโรงเรียน4 ผล55
มะขามป้อม8 ผล80

ประโยชน์ของวิตามินซี

วิตามินซีนิยมใช้ในการดูแลสุขภาพอย่างแพร่หลาย ซึ่งวิตามินซีมีประโชน์ต่อสุขภาพมากมาย ดังนี้

  1. มีส่วนช่วยในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ
  2. มีส่วนช่วยในการปกป้องเซลล์จากอนุมูลอิสระ
  3. ช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรง
  4. มีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจน เพื่อการทำงานตามปกติของกระดูกอ่อน กระดูก ฟัน เหงือก และผิวหนัง
  5. มีส่วนช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานจากเมตาบอลิซึมตามปกติ
  6. มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาท
  7. มีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน
  8. มีส่วนช่วยในการคืนสภาพของรีดิวซ์วิตามินอี
  9. ช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก

ความต้องการวิตามินซีของร่างกาย

ความต้องการวิตามินซีแตกต่างกันในแต่ละเพศและช่วงวัย ดังนี้

  • ผู้ชาย ควรได้รับวิตามินซี 100 มิลลิกรัมต่อวัน
  • ผู้หญิง ควรได้รับวิตามินซี 85 มิลลิกรัมต่อวัน
  • หญิงตั้งครรภ์ ควรได้รับวิตามินซี 95 มิลลิกรัมต่อวัน
  • หญิงให้นมบุตร ควรได้รับวิตามินซี 145 มิลลิกรัมต่อวัน
  • ผู้สูบบุหรี่ ควรได้รับวิตามินซีเพิ่มอีก 35 มิลลิกรัมต่อวัน
  • ในผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดจะมีความต้องการวิตามินซีเพิ่มขึ้น ควรได้รับวิตามินซี 200-500 มิลลิกรัมต่อวัน

หากร่างกายได้รับวิตามินซีไม่เพียงพอ จะทำให้เกิดโรคลักปิดลักเปิด (Scurvy) จะเกิดอาการหลังจากไม่ได้รับวิตามินซีนาน 2 เดือน โดยจะมีตุ่มนูน ผิวหนังแห้งแตก มีจ้ำเลือด เหงือกบวมแดง เลือดออกตามไรฟันง่าย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ข้อบวม เท้าบวม เส้นประสาทส่วนปลายอักเสบ แผลหายช้า และผมร่วง

ปริมาณสูงสุดของวิตามินซีที่รับได้ในแต่ละวัน

เนื่องจากวิตามินซี เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำและถูกขับออกทางปัสสาวะได้ หากได้รับวิตามินซีปริมาณสูงมาก อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ท้องเสีย

ค่าปริมาณสูงสุดของวิตามินซีที่รับได้โดยไม่เกิดผลข้างเคียง คือ 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัด ว่าการได้รับวิตามินซีในปริมาณสูง จะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไต อย่างไรก็ตามในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อโรคไต ไม่ควรได้รับวิตามินซีมากกว่า 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน และผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะธาตุเหล็กเกินจากโรคธาลัสซีเมีย ควรหลีกเลี่ยงการเสริมวิตามินซีในปริมาณมาก เนื่องจากธาตุเหล็กที่เกิน อาจสะสมตามเนื้อเยื่อ ทำให้เนื้อเยื่อเสียหายได้

การใช้วิตามินซีในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง

ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ได้แก่ ครีม โลชั่นและเซรั่ม เป็นต้น นิยมนำวิตามินซีเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง เนื่องจากวิตามินซี มีคุณสมบัติในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์จากอนุมูลอิสระ ช่วยในการกระตุ้นคอลลาเจน ช่วยให้ผิวแลดูกระจ่างใส ซึ่งผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของวิตามินซี ควรเลือกบรรจุภัณฑ์ที่มีสีทึบหรือเป็นขวดแก้วสีชา เพื่อช่วยป้องกันการออกซิไดซ์จากแสง และหลังจากการใช้ควรปิดให้สนิท เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้อากาศเข้าไปในขวด เนื่องจากวิตามินซีจะเสื่อมสลายได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับแสงแดด และอากาศ

การใช้วิตามินซีในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์ยา

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพหรือ Functional drink ที่มีวิตามินซีเป็นส่วนผสมอยู่มากมาย โดยอาจจะใช้คำกล่าวอ้างตามปริมาณของวิตามินซีที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้กำหนดปริมาณสูงสุดของการเติมวิตามินที่ละลายได้ในน้ำไว้ที่ 200 % ของสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคประจำวันสำหรับคนไทยอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป (Thai RDI) สำหรับปริมาณวิตามินซี คือ ไม่เกิน 120 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งต้องมีปริมาณวิตามินซีตรงตามที่แจ้งและแสดงบนฉลากรวมถึงสามารถคงปริมาณตลอดอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์

นอกจากนี้วิตามินซี ยังเป็นวิตามินชนิดหนึ่งที่นิยมรับประทานในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและยา โดยมีลักษณะเป็นเม็ด แคปซูล ผง เกล็ด หรือของเหลว เพื่อช่วยป้องกันการขาดวิตามินซี ช่วยดูแลผิวและสุขภาพ ซึ่งหากมีปริมาณวิตามินซี ไม่เกิน 60 มิลลิกรัมต่อการบริโภคใน 1 วัน สามารถขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้ และหากมีปริมาณวิตามินซีมากกว่า 60 มิลลิกรัมต่อการบริโภคใน 1 วัน ต้องขึ้นทะเบียนเป็นยาสำหรับวิตามินซีที่เป็นยา มีทั้งในรูปแบบยาฉีดและยารับประทาน

ตัวอย่างการรายงานผลการวิเคราะห์ วิตามินซี ด้วยเทคนิค HPLC

รูปที่ 1

รูปที่ 2

การรายงานผลการวิเคราะห์วิตามินซี ด้วยเทคนิค HPLC

จากรูปที่ 1 แสดงโครมาโตแกรม ของวิตามินซี ซึ่งสามารถนำพื้นที่ใต้กราฟมาคำนวณหาปริมาณของวิตามินซี โดยเปรียบเทียบกับสารมาตรฐาน และรูปที่ 2 คือ ปริมาณของวิตามินซีที่คำนวณได้

Literature:

  • รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 6 พ.ศ.2562-2563, กันยายน 2564.
  • ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง การแสดงข้อความกล่าวอ้างหน้าที่ของสารอาหาร, เล่ม 136, 10 มิถุนายน 2562.
  • ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ.2563 โดย คณะกรรมการและคณะทำงานปรับปรุงข้อกำหนดสารอาหารที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.
  • คุณค่าทางโภชนาการในผลไม้, กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, 2553.
  • ประกาศสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง ข้อกําหนดการใช้ส่วนประกอบที่สำคัญของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดวิตามินและแร่ธาตุ, 2549.
  • Mohamed H.S. Ahmida, Determination of Ascorbic Acid in Vitamin C (Tablets) by High-Performance Liquid Chromatography, Asian Journal of Chemistry Vol. 21, No. 8 (2009), 6463-6467