
ข้อมูลบริการทดสอบทางคลินิกประเมินประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ด้านการสูญเสียน้ำผ่านผิวหนัง (TEWL)
ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้นและปกป้องผิวจากการสูญเสียน้ำผิวจึงเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดการทดสอบการสูญเสียความชุ่มชื้นจากผิว (Trans Epidermal Water Loss หรือ TEWL) เป็นวิธีการที่ใช้ในการประเมินประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ดูแลผิว โดยวัดการสูญเสียน้ำจากผิวหนังผ่านการระเหยของน้ำที่ผิวหนัง ซึ่งช่วยให้ผู้ผลิตและผู้บริโภคสามารถตรวจสอบได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้สามารถรักษาความชุ่มชื้นของผิวได้ดีเพียงใด
บริษัท วิสไบโอ จำกัด มีบริการทดสอบการสูญเสียน้ำผิว (TEWL) โดยทดสอบทางคลินิกกับอาสาสมัครจริง ซึ่งทำการเปรียบเทียบผลก่อนและหลังการใช้ผลิตภัณฑ์ เพื่อประเมินประสิทธิภาพในการปกป้องและกักเก็บน้ำผิว เครื่อง Tewameter จะช่วยวัดการสูญเสียน้ำผ่านผิวหนังอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูและรักษาความชุ่มชื้นของผิว
ความสำคัญของการทดสอบการสูญเสียน้ำผิว (TEWL)
การสูญเสียน้ำผิว (TEWL) เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นเมื่อผิวหนังสูญเสียน้ำออกไปจากผิวภายนอก ซึ่งอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากการสูญเสียน้ำหรือการถูกกระทบจากสภาพแวดล้อมที่แห้งและร้อนเกินไป การทดสอบการสูญเสียน้ำผิวจึงช่วยให้ทราบว่า ผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้นั้นมีความสามารถในการปกป้องและกักเก็บน้ำในผิวได้ดีเพียงใด
การสูญเสียน้ำผิวที่มากเกินไปสามารถทำให้ผิวแห้ง ขาดความยืดหยุ่น และเกิดการระคายเคืองหรือผิวแพ้ง่ายได้ นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยที่ไม่ต้องการ ดังนั้น การทดสอบการสูญเสียน้ำผิวเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการประเมินความชุ่มชื้นของผิวที่ได้รับจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้
สาเหตุของการสูญเสียน้ำผิว (TEWL)
การสูญเสียน้ำจากผิว (TEWL) เกิดจากกระบวนการที่น้ำระเหยจากผิวหนังออกไป ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุหลัก เช่น:
- สภาพแวดล้อมที่แห้ง: อากาศที่แห้งหรือเย็นจะทำให้ผิวสูญเสียน้ำจากชั้นผิวหนังได้มากขึ้น เนื่องจากความชื้นในอากาศต่ำทำให้การระเหยของน้ำจากผิวหนังง่ายขึ้น
- การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม: ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวบางชนิดอาจทำให้ผิวสูญเสียน้ำได้มากขึ้น เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีรุนแรงหรือตัวทำละลายที่ทำลายชั้นปกป้องผิว
- การบาดเจ็บจากผิวหนัง: เมื่อผิวหนังได้รับการบาดเจ็บจากการสัมผัสกับสิ่งต่างๆ เช่น การใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือสารเคมีบางประเภท จะทำให้ผิวหนังสูญเสียน้ำได้มากขึ้น
- ภาวะทางการแพทย์บางประการ: เช่น ภาวะผิวแห้งจากโรคบางชนิด (เช่น โรคผิวหนังอักเสบ) ที่อาจทำให้ความสามารถในการรักษาความชุ่มชื้นของผิวลดลง
การใช้สารที่ช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำผิว
ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มุ่งเน้นในการลดการสูญเสียน้ำจากผิว (TEWL)จะต้องมีส่วนผสมที่ช่วยสร้างเกราะป้องกันให้กับผิวเพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้อยู่ในผิว ต่อไปนี้คือสารที่นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำจากผิว:
- กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid ) เป็นสารที่ช่วยให้ผิวสามารถเก็บน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถดูดซับน้ำได้ถึง 1000 เท่าของน้ำหนักตัวเอง ทำให้ผิวหนังสามารถคงความชุ่มชื้นได้ดี
- เซราไมด์ (Ceramides) เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับชั้นผิว โดยการป้องกันไม่ให้น้ำระเหยออกจากผิว Ceramide มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวหนังและป้องกันการสูญเสียความชุ่มชื้น
- กลีเซอรีน (Glycerin) เป็นสารที่มีคุณสมบัติในการดึงความชื้นจากอากาศเข้ามาในผิว ทำให้ผิวสามารถเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้นานขึ้น
- กรดไขมัน (Fatty Acids) เช่น กรดไขมันโอเมก้า-3 และโอเมก้า-6 มีบทบาทในการเสริมสร้างชั้นปกป้องผิวและช่วยลดการสูญเสียน้ำจากผิว
- สารซิลิโคน (Dimethicone) เป็นสารประเภทซิลิโคนที่ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อสร้างฟิล์มบางๆ บนผิว ทำหน้าที่ปกป้องผิวจากการสูญเสียน้ำ โดยไม่ให้สารระเหยออกจากผิว
การประเมินประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ด้านการสูญเสียน้ำผ่านผิวหนัง (TEWL)
เครื่องมือที่ใช้ในการทดสอบการสูญเสียน้ำผิว (TEWL) คือเครื่อง Tewameter ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีความแม่นยำสูงในการวัดปริมาณการสูญเสียความชื้นจากผิวหนังเครื่องอควาฟลักซ์ สามารถตรวจจับการสูญเสียน้ำผิวได้ในระดับที่ละเอียดและแม่นยำ ทำให้สามารถใช้ข้อมูลนี้ในการประเมินประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการดูแลผิวได้อย่างชัดเจน
ขั้นตอนการประเมิน
- การคัดเลือกอาสาสมัคร : กลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมการทดสอบจะต้องมี อายุระหว่าง 18-60 ปี สุขภาพผิวไม่มีปัญหา เพื่อให้การทดสอบมีความแม่นยำและตรงตามกลุ่มเป้าหมายของผลิตภัณฑ์
- การใช้งานผลิตภัณฑ์: อาสาสมัครจะได้รับผลิตภัณฑ์ เพื่อใช้ตามคำแนะนำในระยะเวลาที่กำหนด โดยจะมีการติดตามผลทั้งในช่วง D0 (วันแรกที่ใช้) และ D28 (28 วันหลังการใช้)
- การวัดผลด้วยเครื่อง Tewameter : วัดค่าการสูญเสียน้ำผ่านผิวหนัง (TEWL)
- การทำแบบสอบถาม: อาสาสมัครจะทำการเปรียบเทียบผลก่อนและหลังการใช้ผลิตภัณฑ์ ผ่านแบบสอบถามที่ออกแบบมาเพื่อสอบถามความรู้สึกและการรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของผิว ซึ่งข้อมูลนี้จะช่วยเสริมความเข้าใจในการประเมินผลการใช้ผลิตภัณฑ์
ประโยชน์ของบริการประเมินผลิตภัณฑ์ด้านการสูญเสียน้ำผ่านผิวหนัง (TEWL)
- การทดสอบความชุ่มชื้นผิว: การทดสอบการสูญเสียน้ำผิวช่วยให้ทราบถึงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ในการรักษาความชุ่มชื้นของผิวได้อย่างแม่นยำ ช่วยในการระบุผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้จริง
- การทดสอบปกป้องผิว: การทดสอบนี้ช่วยให้ทราบถึงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ในการปกป้องผิวจากการสูญเสียน้ำผิว ซึ่งจะทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและไม่แห้งกร้าน
- การทดสอบกักเก็บน้ำผิว: ช่วยในการวัดความสามารถของผลิตภัณฑ์ในการช่วยกักเก็บน้ำในผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้นและดูสุขภาพดีตลอดวัน
- การทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์: การทดสอบการสูญเสียน้ำผิวสามารถใช้ในการประเมินประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ในด้านต่างๆ เช่น การเพิ่มความชุ่มชื้น การลดการสูญเสียน้ำผิว และการเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว
Literature:
- Zhu Y, et al. (2019). The Role of Hyaluronic Acid in Moisturizing the Skin. Journal of Cosmetic Dermatology, 18(3), 865–871.
- Madison KC. (2003). Barrier Function of the Skin: “La Raison d’Être” of the Epidermis. Journal of Investigative Dermatology, 121(2), 231–241.
- Yarosh DB, et al. (2002). The Benefits of Glycerin for Skin Care. Cosmetic Dermatology, 14(4), 18–23.
- Micallef MA, et al. (2009). Omega-3 and Omega-6 Fatty Acids in Skin Care. Journal of Lipid Research, 50(5), 1077–1084.
- Barel AO, et al. (2002). Evaluation of the Effectiveness of Dimethicone in Preventing Water Loss from Skin. Dermatology Research and Practice, 4(2), 45–49.