VISBIO จับมือคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ขับเคลื่อนงานวิจัยชีวเคมีและการตรวจวิเคราะห์ ยกระดับอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามไทย


พันธมิตรเชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อต่อยอดงานวิจัยสู่ตลาดสุขภาพและความงาม
อุตสาหกรรมสุขภาพและความงามในปัจจุบันขับเคลื่อนด้วย “หลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์” มากกว่าคำโฆษณา ความน่าเชื่อถือของข้อมูลจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การกำกับดูแล และความสามารถในการแข่งขันในตลาดทั้งในและต่างประเทศ ในบริบทนี้ บริษัท วิสไบโอ จำกัด (VISBIO) และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 เพื่อสร้างกรอบการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ และผลักดันงานวิจัยให้ต่อยอดสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามอย่างเป็นรูปธรรม
ความร่วมมือที่เชื่อม “วิทยาศาสตร์พื้นฐาน” กับ “การประยุกต์ใช้เชิงอุตสาหกรรม”
สาระสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือการเชื่อมองค์ความรู้เชิงลึกด้านชีวเคมีและชีววิทยาโมเลกุล เข้ากับการตรวจวิเคราะห์และการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม โดยมุ่งส่งเสริม สนับสนุน และร่วมวิจัยศึกษาด้านชีวเคมีพื้นฐานในสิ่งมีชีวิต รวมถึงประเด็นเชิงลึก เช่น ชีวเคมีโปรตีนและโครงสร้าง (Protein-Structure Biochemistry) ตลอดจนการตรวจวิเคราะห์และการประยุกต์ใช้อื่น ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบสมุนไพรแปรรูป สารสำคัญ และผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามในหลากหลายหมวดหมู่
วัตถุประสงค์หลัก: ยกระดับองค์ความรู้และการตรวจวิเคราะห์ให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรม
ภายใต้กรอบบันทึกข้อตกลงฯ ทั้งสองหน่วยงานเห็นชอบร่วมกันในการขับเคลื่อนงานวิจัยและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจวิเคราะห์และการนำผลไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม เพื่อให้เกิด “ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ที่นำไปใช้ตัดสินใจได้” ตั้งแต่ระดับวัตถุดิบ สารสำคัญ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป แนวทางดังกล่าวช่วยลดช่องว่างระหว่างองค์ความรู้เชิงวิชาการกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมักต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน วัดผลได้ เทียบเคียงได้ และต่อยอดเป็นทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทบาทภาควิชาชีวเคมี: หนุนงานวิจัย พัฒนา และถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึก
ในมิติของการทำงานด้านวิชาการ ฝ่ายภาควิชา (ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานด้านการศึกษา วิจัย และการพัฒนาความร่วมมือ ตลอดจนร่วมพัฒนาหลักสูตรสำหรับผู้ประกอบการ เพื่อเสริมศักยภาพความรู้และความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนและร่วมพัฒนาองค์ความรู้ด้านอุตสาหกรรม ผ่านการแต่งตั้งวิทยากรสำหรับการบรรยายและการถ่ายทอดองค์ความรู้แก่บริษัทเครือข่ายและผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นกลไกที่ช่วยให้ “องค์ความรู้เชิงลึก” ถูกแปลงเป็น “ความรู้ที่ใช้งานได้จริง” ในกระบวนการพัฒนาและยกระดับมาตรฐาน
บทบาท VISBIO: เชื่อมเครือข่ายภาคเอกชนและเร่งการนำผลงานไปใช้จริง
ด้าน VISBIO มีบทบาทหลักในการพัฒนาความเชื่อมโยงและขยายเครือข่ายภาคเอกชนในอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม พร้อมร่วมพัฒนาหลักสูตรสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อให้การถ่ายทอดความรู้และการประยุกต์ใช้เกิดขึ้นในวงกว้าง การวางบทบาทเช่นนี้ทำให้ความร่วมมือไม่หยุดอยู่ที่การสร้างองค์ความรู้เพียงอย่างเดียว แต่สามารถเคลื่อนสู่การสร้าง “เครือข่ายผู้ใช้งานจริง” ที่มีโจทย์จริงและความต้องการจริง อันเป็นเงื่อนไขสำคัญในการทำให้งานวิจัยและการตรวจวิเคราะห์ถูกนำไปใช้เพื่อยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และมาตรฐานของอุตสาหกรรมในภาพรวม
ขอบเขตการต่อยอด: เพิ่มมูลค่าสมุนไพรแปรรูป สารสำคัญ และผลิตภัณฑ์สุขภาพหลากหมวด
บันทึกข้อตกลงฯ กำหนดทิศทางการทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบสมุนไพรแปรรูป สารสำคัญ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และผลิตภัณฑ์สมุนไพร ตลอดจนบริการอื่น ๆ ภายใต้อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม แนวทางดังกล่าวสะท้อนมุมมองเชิงระบบที่มอง “ห่วงโซ่คุณค่า” ตั้งแต่วัตถุดิบและสารสำคัญไปจนถึงผลิตภัณฑ์ปลายทาง ทำให้สามารถกำหนดโครงการย่อยได้หลากหลาย ทั้งในมิติการวิจัยพื้นฐาน การพัฒนาวิธีการตรวจวิเคราะห์ และการประยุกต์ใช้เชิงอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและแนวทางกำกับดูแล
ความต่อเนื่อง 5 ปี: วางกรอบความร่วมมือระยะยาวเพื่อผลลัพธ์ที่จับต้องได้
เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการดำเนินงาน บันทึกข้อตกลงฯ กำหนดระยะเวลาความร่วมมือ 5 ปี นับตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2566 ถึงเดือนมกราคม พ.ศ. 2571 กรอบระยะเวลาที่ชัดเจนช่วยให้ทั้งสองฝ่ายสามารถออกแบบแผนงานและโครงการย่อยที่มีเป้าหมายต่อเนื่อง ตั้งแต่การกำหนดโจทย์วิจัย การดำเนินการศึกษา ไปจนถึงการนำผลลัพธ์ไปใช้ในเครือข่ายผู้ประกอบการและภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นระบบ
กรอบความร่วมมือที่ชัดเจนและโปร่งใส
บันทึกข้อตกลงฉบับนี้วางกรอบการทำงานร่วมกันไว้อย่างชัดเจน ทั้งด้านทรัพย์สินทางปัญญา การดูแลข้อมูลที่เป็นความลับ การประสานงาน และการเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะ เพื่อให้ความร่วมมือดำเนินไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย
บทสรุป: เป้าหมายร่วม สร้างฐานวิทยาศาสตร์ที่ต่อยอดได้จริง และขยายผลสู่ผู้ประกอบการไทย
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ VISBIO เป็นการวางรากฐานความร่วมมือที่มีทั้ง “แกนวิทยาศาสตร์เชิงลึก” และ “กลไกการนำไปใช้จริง” ผ่านการกำหนดวัตถุประสงค์ บทบาท หน้าที่ กรอบเวลา และหลักการกำกับดูแลที่ชัดเจน ทั้งในด้านทรัพย์สินทางปัญญาและการรักษาความลับ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ การตรวจวิเคราะห์ และการประยุกต์ใช้ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้วัตถุดิบสมุนไพรแปรรูป สารสำคัญ และผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามอย่างเป็นระบบ
ร่วมยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามด้วยหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์
VISBIO พร้อมทำงานร่วมกับผู้ประกอบการ แบรนด์ โรงงาน และพันธมิตรด้านวิจัย ที่ต้องการต่อยอดข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ สามารถติดตามข่าวสารความร่วมมือ โครงการย่อย และกิจกรรมการถ่ายทอดองค์ความรู้ภายใต้กรอบความร่วมมือนี้ผ่านช่องทางของ VISBIO และหากต้องการหารือแนวทางความร่วมมือหรือโจทย์การพัฒนาเชิงวิทยาศาสตร์ สามารถติดต่อทีมงาน VISBIO เพื่อเริ่มต้นการทำงานร่วมกันได้ทันที
