โพรไบโอติก (Probiotic) คือจุลินทรีย์ที่มีชีวิตซึ่งเมื่อได้รับในปริมาณที่เพียงพอจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้บริโภค ส่วนโพสต์ไบโอติก (Postbiotic) คือสารเตรียมจากจุลินทรีย์ที่ไม่มีชีวิตและ/หรือองค์ประกอบของจุลินทรีย์ซึ่งให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ (Hill et al., 2014; Salminen et al., 2021) การทดสอบทางคลินิกโพรไบโอติกและโพสต์ไบโอติก (Clinical Trial) คือการวัดผลในอาสาสมัครที่ได้รับผลิตภัณฑ์จริง เพื่อดูว่าสูตรนั้นให้ผลต่อสุขภาพระบบทางเดินอาหารตามที่ตั้งใจ และผู้บริโภคทนต่อผลิตภัณฑ์ได้ดีหรือไม่

ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลุ่มโพรไบโอติกและโพสต์ไบโอติกเติบโตต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและตลาดโลก และผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพระบบทางเดินอาหาร (Gastrointestinal Health) มากขึ้น เจ้าของแบรนด์ที่ต้องการสื่อสารบนฉลากหรือในสื่อการตลาดว่าผลิตภัณฑ์ “สนับสนุนสุขภาพระบบทางเดินอาหาร” หรือ “ช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้” ต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับข้อความนั้น และการโฆษณาอาหารต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 รวมถึงขออนุญาตโฆษณาเมื่อกฎหมายกำหนด

ประสิทธิภาพของโพรไบโอติกมีความจำเพาะต่อสายพันธุ์ (Strain-specific) การศึกษาจึงต้องออกแบบเฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละสูตร บริษัท วิสไบโอ จำกัด ให้บริการออกแบบโครงการ บริหารและประสานงานการศึกษาทางคลินิก (Project Management และ Project Coordination) สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลุ่มโพรไบโอติกและโพสต์ไบโอติก ร่วมกับเครือข่ายศูนย์วิจัยทางคลินิกและโรงพยาบาลพันธมิตรหลายแห่ง ครอบคลุมทั้งการประเมินผลต่อสุขภาพระบบทางเดินอาหาร (GI Health Outcomes) และการประเมินการทนต่อผลิตภัณฑ์ (Tolerability Assessment) ตามหลักการปฏิบัติการวิจัยทางคลินิกที่ดี (Good Clinical Practice: GCP) ตั้งแต่การวางแผนโปรโตคอลการวิจัย (Protocol) จนถึงรายงานฉบับสมบูรณ์ และรองรับผู้สนับสนุนโครงการทั้งในไทยและต่างประเทศ

ข้อจำกัดของเลข อย.: เหตุใดแบรนด์โพรไบโอติกจึงต้องการหลักฐานประสิทธิภาพเพิ่มเติม

ภายใต้พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 การอนุญาตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มุ่งพิจารณาความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์เป็นหลัก ไม่ได้เป็นการยืนยันประสิทธิภาพทางคลินิก เลขสารบบอาหาร (เลข อย.) บนฉลากจึงไม่ใช่หลักฐานว่าผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกหรือโพสต์ไบโอติกที่วางขายอยู่ให้ผลต่อสุขภาพระบบทางเดินอาหารตามที่แสดงบนฉลาก

ความแตกต่างนี้สำคัญสำหรับเจ้าของแบรนด์ เพราะผู้บริโภค ช่องทางจำหน่ายแบบ Modern Trade และคู่ค้าส่งออกต่างต้องการหลักฐานที่ตรวจสอบได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ช่องว่างระหว่าง “มีเลข อย.” กับ “มีหลักฐานประสิทธิภาพ” จึงเป็นประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มโพรไบโอติกซึ่งมีความซับซ้อนเฉพาะตัว เพราะประสิทธิภาพจำเพาะต่อสายพันธุ์ และขนาดของผลลัพธ์ขึ้นกับปริมาณที่ได้รับและคำกล่าวอ้าง (Claim) ที่ต้องการพิสูจน์โดยตรง

การทดสอบทางคลินิกออกแบบมาเพื่อตอบคำถามนี้โดยตรง ด้วยการวัดผลในอาสาสมัครที่ได้รับผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกหรือโพสต์ไบโอติกจริง โดยใช้เครื่องมือประเมินอาการที่เป็นที่ยอมรับในงานวิจัยทางคลินิกระดับสากล ข้อมูลที่ได้ใช้ประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการสื่อสารที่มีหลักฐานรองรับ

โพรไบโอติกและโพสต์ไบโอติก: พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์สำหรับผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์

Hill et al. (2014) นิยามโพรไบโอติกตามมติของสมาคมวิทยาศาสตร์นานาชาติด้านโพรไบโอติกและพรีไบโอติก (International Scientific Association for Probiotics and Prebiotics: ISAPP) ว่าหมายถึง “จุลินทรีย์ที่มีชีวิตซึ่งเมื่อได้รับในปริมาณที่เพียงพอจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้บริโภค” นิยามนี้เน้นองค์ประกอบสองประการที่ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ต้องคำนึงถึงเสมอ คือความมีชีวิตของจุลินทรีย์ (Viability) และปริมาณที่เพียงพอ (Adequate Amount) ซึ่งทั้งสองปัจจัยมีผลโดยตรงต่อการออกแบบการทดสอบทางคลินิก

Salminen et al. (2021) นิยามโพสต์ไบโอติก ซึ่งเป็นหมวดที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ว่าหมายถึง “สารเตรียมจากจุลินทรีย์ที่ไม่มีชีวิตและ/หรือองค์ประกอบของจุลินทรีย์เหล่านั้น ซึ่งให้ประโยชน์ต่อสุขภาพแก่ผู้บริโภค” ลักษณะเฉพาะของโพสต์ไบโอติกคือจุลินทรีย์ถูกทำให้ไม่มีชีวิตแล้ว (Inactivated) จึงมีความเสถียรระหว่างการเก็บรักษามากกว่าโพรไบโอติกทั่วไป

ความท้าทายหลักของการพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลุ่มนี้คือผลที่จำเพาะต่อสายพันธุ์ (Strain-specific Effect) ผลที่พิสูจน์ได้ในสายพันธุ์หนึ่งนำไปอ้างอิงแทนสายพันธุ์อื่นไม่ได้ และการวัดผลด้านสุขภาพระบบทางเดินอาหารต้องใช้เครื่องมือประเมินมาตรฐานที่ออกแบบมาสำหรับงานวิจัยทางคลินิกโดยเฉพาะ เพื่อให้ข้อมูลมีน้ำหนักทางวิทยาศาสตร์และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ

ขั้นตอนการศึกษาทางคลินิกกับวิสไบโอและศูนย์วิจัยพันธมิตร

การศึกษาทุกโครงการดำเนินตามหลัก GCP โดยคำนึงถึงลักษณะเฉพาะของผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกและโพสต์ไบโอติก ทั้งความจำเพาะต่อสายพันธุ์และการทนต่อผลิตภัณฑ์ วิสไบโอทำหน้าที่ออกแบบโครงการและบริหารการศึกษาตั้งแต่การวางแผนจนถึงการส่งมอบรายงาน ส่วนการคัดเลือกและดูแลอาสาสมัครดำเนินการโดยแพทย์และนักวิจัยของศูนย์วิจัยที่รับผิดชอบโครงการ

ขั้นตอนที่ 1: ปรึกษาและออกแบบโปรโตคอล

วิสไบโอวิเคราะห์คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ ผลลัพธ์ที่ผู้ประกอบการต้องการกล่าวอ้าง และวัตถุประสงค์ของผลิตภัณฑ์ ร่วมกับผู้วิจัยของศูนย์วิจัยพันธมิตร เพื่อกำหนดแผนการศึกษาที่เหมาะสม รวมถึงการเลือกตัวชี้วัดผลหลัก (Primary Endpoint) ด้านสุขภาพระบบทางเดินอาหารหรือการทนต่อผลิตภัณฑ์ ขั้นตอนนี้ครอบคลุมการกำหนดเกณฑ์คัดเข้าและคัดออกของอาสาสมัคร (Inclusion/Exclusion Criteria) ให้เหมาะกับคำกล่าวอ้าง และการประมาณขนาดกลุ่มตัวอย่าง (Sample Size Estimation) ให้มีกำลังทางสถิติเพียงพอ

ขั้นตอนที่ 2: ขออนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์

ก่อนเริ่มเก็บข้อมูลใด ๆ โปรโตคอลและเอกสารชี้แจงเพื่อขอความยินยอม (Informed Consent) ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (Institutional Review Board: IRB) ทุกกรณี วิสไบโอประสานการจัดเตรียมเอกสารร่วมกับผู้วิจัยของศูนย์วิจัย และติดตามการปรับแก้ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการจนได้รับอนุมัติ

ขั้นตอนที่ 3: คัดเลือกและคัดกรองอาสาสมัคร

เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ศูนย์วิจัยที่รับผิดชอบโครงการจะรับสมัครและคัดกรองอาสาสมัครตามโปรโตคอล แพทย์และนักวิจัยของศูนย์วิจัยดูแลให้อาสาสมัครทุกคนได้รับข้อมูลครบถ้วน ลงนามยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร และผ่านการคัดกรองสุขภาพก่อนเข้าร่วมการศึกษา ส่วนวิสไบโอประสานกำหนดการและความพร้อมของโครงการระหว่างผู้สนับสนุนโครงการกับศูนย์วิจัย

ขั้นตอนที่ 4: ดำเนินการศึกษาและเก็บข้อมูล

อาสาสมัครได้รับผลิตภัณฑ์และมีการเก็บข้อมูลตามจุดเวลาที่กำหนดในโปรโตคอล โดยใช้เครื่องมือประเมินมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในงานวิจัยทางคลินิกระดับสากล เช่น แบบประเมินอาการทางระบบทางเดินอาหาร (Gastrointestinal Symptom Rating Scale: GSRS) (Svedlund et al., 1988) แผนภูมิรูปแบบอุจจาระ (Bristol Stool Form Scale: BSFS) (Lewis & Heaton, 1997) และบันทึกการทนต่อผลิตภัณฑ์ (Tolerability Diary) ร่วมกับการบันทึกเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ (Adverse Events) ตลอดการศึกษา ผู้วิจัยของศูนย์วิจัยเป็นผู้ประเมินและดูแลความปลอดภัยของอาสาสมัคร ส่วนวิสไบโอติดตามความก้าวหน้าและความครบถ้วนของข้อมูลในฐานะผู้บริหารโครงการ

ขั้นตอนที่ 5: วิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำรายงาน

ข้อมูลทั้งหมดวิเคราะห์ทางสถิติตามแผนการวิเคราะห์ทางสถิติ (Statistical Analysis Plan: SAP) ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า และสรุปเป็นรายงานวิทยาศาสตร์ฉบับสมบูรณ์ตามรูปแบบที่ใช้ในระดับสากล วิสไบโอประสานงานการวิเคราะห์และส่งมอบรายงานให้ผู้สนับสนุนโครงการ รายงานนี้ใช้เป็นข้อมูลประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการสื่อสารที่มีหลักฐานรองรับ

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เหมาะกับการประเมินทางคลินิก

บริการนี้ออกแบบมาสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ต้องการสื่อสารเรื่องสุขภาพระบบทางเดินอาหารหรือการทนต่อผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่าง ๆ ตัวอย่างประเภทสารที่เหมาะสมมีดังนี้

ประเภทสารรูปแบบผลิตภัณฑ์
Lactobacillus และสกุลที่แยกออกมาเมื่อจัดจำแนกใหม่ในปี 2020 (เช่น L. acidophilus, Lacticaseibacillus rhamnosus ชื่อเดิม L. rhamnosus และ Lactiplantibacillus plantarum ชื่อเดิม L. plantarum)แคปซูล ผง ซอง
Bifidobacterium spp. (เช่น B. longum, B. lactis, B. bifidum)แคปซูล ผง
สูตรโปรไบโอติกหลายสายพันธุ์ (Multi-strain Probiotic Formulation)แคปซูล ผง เครื่องดื่มพร้อมดื่ม (RTD)
โพสต์ไบโอติก (Postbiotic) เช่น แบคทีเรียที่ผ่านความร้อน และสารสกัดจากการหมักแคปซูล ผง ของเหลว
ซินไบโอติก (Synbiotic) คือโพรไบโอติกร่วมกับพรีไบโอติกในสูตรเดียวแคปซูล ผง ซอง
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสูตรผสม (Combination)แคปซูล ผง เครื่องดื่มพร้อมดื่ม (RTD)

ประโยชน์ทางธุรกิจจากการศึกษาทางคลินิก

หลักฐานจากการศึกษาทางคลินิกไม่ได้เป็นเพียงเอกสารประกอบด้านกฎหมาย แต่เป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่เจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์กลุ่มโพรไบโอติกและโพสต์ไบโอติกนำไปสร้างมูลค่าได้หลายด้าน

การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ในระดับพรีเมียม

ผลิตภัณฑ์ที่มีข้อมูลจากการศึกษาทางคลินิกวางตำแหน่งในกลุ่มพรีเมียมได้อย่างมีเหตุผลและน่าเชื่อถือ ในตลาดที่มีผู้เล่นจำนวนมากและสื่อสารความแตกต่างระหว่างสินค้าได้ยาก ผลที่วัดได้จริงในกลุ่มที่ได้รับผลิตภัณฑ์เทียบกับกลุ่มควบคุมช่วยให้การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์มีข้อมูลรองรับ

การเจรจากับช่องทาง Modern Trade และอีคอมเมิร์ซ

แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและผู้ซื้อของ Modern Trade หลายรายขอเอกสารทางวิทยาศาสตร์ประกอบสำหรับผลิตภัณฑ์สุขภาพในหมวดโพรไบโอติก รายงานการศึกษาทางคลินิกที่ดำเนินตามหลัก GCP เป็นเอกสารสำคัญที่ช่วยให้การเจรจาและการนำสินค้าเข้าช่องทางเหล่านี้ราบรื่นขึ้น และสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งที่ไม่มีข้อมูลดังกล่าว

การลดความเสี่ยงด้านกฎหมายและการขยายสู่ตลาดต่างประเทศ

ข้อความเกี่ยวกับสุขภาพระบบทางเดินอาหารที่มีหลักฐานจากการศึกษาทางคลินิกรองรับ ช่วยลดความเสี่ยงที่การโฆษณาจะเข้าข่ายโอ้อวดเกินจริงภายใต้พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 นอกจากนี้ตลาดส่งออกหลายแห่ง เช่น สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และอาเซียน ต้องการหลักฐานรองรับคำกล่าวอ้าง (Claim Substantiation) ก่อนวางจำหน่าย รายงานการศึกษาที่ออกแบบและรายงานตามหลักสากลจึงเป็นส่วนสำคัญของการเตรียมเข้าสู่ตลาดเหล่านี้ ทั้งนี้แต่ละประเทศมีข้อกำหนดของตนเอง

การนำข้อมูลวิทยาศาสตร์ไปใช้ในการสื่อสารการตลาด

ข้อมูลที่วัดได้จริงจากการศึกษาทางคลินิกใช้ต่อยอดการสื่อสารได้หลายช่องทาง ทั้งสื่อดิจิทัล ฉลากผลิตภัณฑ์ และสื่อ ณ จุดขาย ทั้งนี้การเผยแพร่ในเชิงโฆษณาต้องยื่นขออนุญาตโฆษณาจาก อย. ให้ถูกต้องก่อนเผยแพร่ตามที่กฎหมายกำหนด

เงื่อนไขก่อนเริ่มการศึกษา

  1. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่จำหน่ายในประเทศไทยต้องได้เลขสารบบอาหาร (เลข อย.) แล้วก่อนเริ่มการศึกษา ส่วนผลิตภัณฑ์ของผู้สนับสนุนโครงการจากต่างประเทศ วิสไบโอจะประเมินเงื่อนไขทางกฎหมายร่วมกับศูนย์วิจัยเป็นรายโครงการ
  2. วิสไบโอและศูนย์วิจัยออกแบบแผนการศึกษาให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์และคำกล่าวอ้างของแต่ละรายการโดยเฉพาะ
  3. การศึกษาทุกโครงการต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ก่อนเริ่มทุกกรณี

ต่อยอดจากการทดสอบในห้องปฏิบัติการสู่การศึกษาในอาสาสมัคร

สำหรับแบรนด์ที่ต้องการสร้างหลักฐานครบทุกระดับ วิสไบโอรองรับตั้งแต่การทดสอบฤทธิ์เบื้องต้นในระดับเซลล์ (In Vitro) และแบบจำลองนอกร่างกาย (Ex Vivo) ไปจนถึงการศึกษาทางคลินิกในอาสาสมัคร หลัก GCP ใช้กับการศึกษาในมนุษย์ ส่วนงานในเซลล์และแบบจำลองนอกร่างกายดำเนินการในห้องปฏิบัติการตามวิธีทดสอบของแต่ละรายการ การวางแผนหลักฐานทุกระดับกับผู้ประสานงานรายเดียวช่วยให้ข้อมูลแต่ละขั้นสอดคล้องกันและไม่เกิดช่องว่าง บริการทดสอบทางคลินิกของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารด้านอื่นดูได้ที่หน้าบริการประเมินประสิทธิภาพทางคลินิกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารด้านสุขภาพข้อเข่า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทดสอบทางคลินิกโพรไบโอติก

โพรไบโอติกกับโพสต์ไบโอติกต่างกันอย่างไร

โพรไบโอติกคือจุลินทรีย์ที่มีชีวิตซึ่งให้ประโยชน์ต่อสุขภาพเมื่อได้รับในปริมาณที่เพียงพอ ส่วนโพสต์ไบโอติกคือสารเตรียมจากจุลินทรีย์ที่ไม่มีชีวิตและ/หรือองค์ประกอบของจุลินทรีย์ซึ่งให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ เนื่องจากจุลินทรีย์ถูกทำให้ไม่มีชีวิตแล้ว โพสต์ไบโอติกจึงมีความเสถียรระหว่างการเก็บรักษามากกว่าโพรไบโอติกทั่วไป

ผลิตภัณฑ์ที่มีเลข อย. แล้ว ยังต้องมีข้อมูลทางคลินิกอีกหรือไม่

เลข อย. ของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมาจากการพิจารณาความปลอดภัยและคุณภาพเป็นหลัก ไม่ได้ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ให้ผลต่อสุขภาพตามที่แสดงบนฉลาก หากต้องการสื่อสารผลต่อสุขภาพระบบทางเดินอาหาร ข้อมูลทางคลินิกช่วยให้มีหลักฐานรองรับ และการโฆษณายังต้องเป็นไปตามกฎหมายอาหาร

ใช้ผลการศึกษาของสายพันธุ์อื่นอ้างอิงแทนได้หรือไม่

ไม่ได้ เพราะผลของโพรไบโอติกจำเพาะต่อสายพันธุ์ ผลที่พิสูจน์ได้ในสายพันธุ์หนึ่งนำไปอ้างอิงแทนสายพันธุ์อื่นไม่ได้ การศึกษาจึงต้องออกแบบเฉพาะสำหรับสูตรของแต่ละผลิตภัณฑ์

การศึกษาวัดผลด้วยเครื่องมืออะไร

ใช้เครื่องมือประเมินมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในงานวิจัยทางคลินิก เช่น แบบประเมินอาการทางระบบทางเดินอาหาร (GSRS) แผนภูมิรูปแบบอุจจาระ (BSFS) และบันทึกการทนต่อผลิตภัณฑ์ ร่วมกับการบันทึกเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ตลอดการศึกษา

วิสไบโอทำหน้าที่อะไรในโครงการ และใครดูแลอาสาสมัคร

วิสไบโอออกแบบโครงการ บริหารและประสานงานการศึกษาร่วมกับเครือข่ายศูนย์วิจัยทางคลินิกและโรงพยาบาลพันธมิตรหลายแห่ง ส่วนการคัดเลือกและดูแลอาสาสมัครดำเนินการโดยแพทย์และนักวิจัยของศูนย์วิจัยที่รับผิดชอบโครงการ

ผลการศึกษารับประกันการได้รับอนุญาตโฆษณาหรือไม่

ไม่รับประกัน ผลการศึกษาเป็นข้อมูลประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการสื่อสารที่มีหลักฐานรองรับ การนำไปใช้บนฉลากหรือในโฆษณาต้องเป็นไปตามกฎหมายและขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อกฎหมายกำหนด วิสไบโอไม่รับประกันผลการศึกษาหรือผลการพิจารณาของหน่วยงานรัฐ

ปรึกษาการศึกษาทางคลินิกกับวิสไบโอ

สนใจบริการทดสอบทางคลินิกสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลุ่มโพรไบโอติกและโพสต์ไบโอติกของท่าน ติดต่อวิสไบโอเพื่อรับคำปรึกษาเบื้องต้นฟรีได้ทางช่องทางต่อไปนี้

ดูบริการทดสอบทางคลินิกทั้งหมดได้ที่หน้าบริการทดสอบทางคลินิกของวิสไบโอ

ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการศึกษาทางคลินิก

  • บทบาทของวิสไบโอ: วิสไบโอออกแบบโครงการ บริหารและประสานงานการศึกษา (Project Management และ Project Coordination) ร่วมกับเครือข่ายศูนย์วิจัยทางคลินิกและโรงพยาบาลพันธมิตรหลายแห่ง รองรับผู้สนับสนุนโครงการทั้งในไทยและต่างประเทศ การคัดเลือกและดูแลอาสาสมัครดำเนินการโดยแพทย์และนักวิจัยของศูนย์วิจัยที่รับผิดชอบโครงการ
  • จริยธรรมการวิจัย: การศึกษาในมนุษย์ทุกโครงการเริ่มได้หลังได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ และดำเนินการตามหลักการปฏิบัติการวิจัยทางคลินิกที่ดี (Good Clinical Practice: GCP) อาสาสมัครทุกคนลงนามยินยอมหลังได้รับข้อมูลครบถ้วน
  • ผลิตภัณฑ์ยาและยาสมุนไพร: การศึกษาต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์นั้น ผู้สนับสนุนโครงการ ศูนย์วิจัย และวิสไบโอวางแผนขั้นตอนเหล่านี้ร่วมกันตั้งแต่ต้นโครงการ
  • การนำผลไปใช้: ผลการศึกษาเป็นข้อมูลประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการสื่อสารที่มีหลักฐานรองรับ การนำไปใช้บนฉลากหรือในโฆษณาต้องเป็นไปตามกฎหมายของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท และขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อกฎหมายกำหนด วิสไบโอไม่รับประกันผลการศึกษาหรือผลการพิจารณาของหน่วยงานรัฐ
  • อาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร: ผลการศึกษาไม่ใช่การรับรองว่าผลิตภัณฑ์ใช้วินิจฉัย บำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรค
  • ระยะเวลาดำเนินการ: ขึ้นกับรูปแบบการศึกษาและขั้นตอนการอนุมัติ สอบถามเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง

เอกสารอ้างอิง:

  1. Hill, C., Guarner, F., Reid, G., Gibson, G. R., Merenstein, D. J., Pot, B., Morelli, L., Canani, R. B., Flint, H. J., Salminen, S., Calder, P. C., & Sanders, M. E. (2014). Expert consensus document: The International Scientific Association for Probiotics and Prebiotics consensus statement on the scope and appropriate use of the term probiotic. Nature Reviews Gastroenterology and Hepatology, 11(8), 506–514. https://doi.org/10.1038/nrgastro.2014.66
  2. Lewis, S. J., & Heaton, K. W. (1997). Stool form scale as a useful guide to intestinal transit time. Scandinavian Journal of Gastroenterology, 32(9), 920–924. https://doi.org/10.3109/00365529709011203
  3. Salminen, S., Collado, M. C., Endo, A., Hill, C., Lebeer, S., Quigley, E. M. M., Sanders, M. E., Shamir, R., Swann, J. R., Szajewska, H., & Vinderola, G. (2021). The International Scientific Association of Probiotics and Prebiotics (ISAPP) consensus statement on the definition and scope of postbiotics. Nature Reviews Gastroenterology and Hepatology, 18(9), 649–667. https://doi.org/10.1038/s41575-021-00440-6
  4. Svedlund, J., Sjödin, I., & Dotevall, G. (1988). GSRS — A clinical rating scale for gastrointestinal symptoms in patients with irritable bowel syndrome and peptic ulcer disease. Digestive Diseases and Sciences, 33(2), 129–134. https://doi.org/10.1007/BF01535722