VISBIO จับมือ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร (KAPI) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ยกระดับงานสกัดและการทดสอบเชิงวิทยาศาสตร์สำหรับอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม


เริ่มต้นความร่วมมือเพื่อยกระดับมาตรฐานงานสกัดและการทดสอบ
บริษัท วิสไบโอ จำกัด (VISBIO) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร (KAPI) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อจัดตั้งกรอบการทำงานร่วมกันด้านการศึกษา วิจัย และพัฒนา ให้เชื่อมโยงสู่การให้บริการและการประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้าง “กลไกเชิงระบบ” ที่ทำให้องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เดินทางจากห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้งานจริงได้รวดเร็วขึ้น และมีหลักฐานรองรับที่ตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน
พันธกิจร่วม: เปลี่ยนองค์ความรู้ให้เป็นคุณค่าในตลาด
แกนกลางของความร่วมมือระหว่าง VISBIO และ KAPI คือการส่งเสริม สนับสนุน และร่วมวิจัยในประเด็นสำคัญของอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม ครอบคลุมตั้งแต่การสกัด การทดสอบประสิทธิภาพ การตรวจวิเคราะห์ ไปจนถึงการประยุกต์ใช้อื่น ๆ เพื่อผลักดันการเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ของไทย ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบสมุนไพรแปรรูป สารสำคัญ (Active Ingredients) ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และผลิตภัณฑ์สมุนไพร ตลอดจนบริการที่เกี่ยวข้อง แนวทางดังกล่าวช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความน่าเชื่อถือในเชิงวิทยาศาสตร์ พร้อมยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานและข้อมูลเชิงประจักษ์มากขึ้น
โฟกัสงานสกัดและการทดสอบที่เชื่อม R&D กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์
อุตสาหกรรมสุขภาพและความงามในปัจจุบันไม่ได้แข่งขันกันที่ “แนวคิด” เพียงอย่างเดียว แต่แข่งขันที่ “หลักฐาน” และ “ความสามารถในการทำซ้ำได้” (Reproducibility) ของผลลัพธ์ ความร่วมมือครั้งนี้จึงออกแบบให้ครอบคลุมกระบวนการสำคัญที่สร้างความน่าเชื่อถือให้ผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การสกัดที่ควบคุมคุณภาพ การพิสูจน์ประสิทธิภาพด้วยการทดสอบที่เหมาะสม การตรวจวิเคราะห์เชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ รวมถึงการจัดทำรายงานผลที่สามารถใช้เป็นฐานข้อมูลในการพัฒนาสูตร การยืนยันคุณสมบัติของสารสำคัญ และการสื่อสารเชิงวิทยาศาสตร์เพื่อรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในเชิงพาณิชย์
KAPI เสริมความแข็งแรงด้านวิจัยและการดำเนินการทดสอบภายใต้กรอบความร่วมมือ
ภายใต้กรอบความร่วมมือ KAPI ทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงานด้านการศึกษา วิจัย และพัฒนา พร้อมร่วมขับเคลื่อนกระบวนการทดสอบในมิติของสถาบัน โดยครอบคลุมการร่วมวางแผนการทดสอบในระดับผลิตภัณฑ์ การดำเนินการทดสอบตามศักยภาพของหน่วยงาน และการจัดทำรายงานผลการทดสอบอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ KAPI ยังส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ผ่านการแต่งตั้งวิทยากรเพื่อถ่ายทอดความรู้ให้กับเครือข่ายบริษัทและผู้ประกอบการ ช่วยสร้างฐานองค์ความรู้ที่ใช้งานได้จริง และลดช่องว่างระหว่างงานวิจัยเชิงวิชาการกับโจทย์เชิงอุตสาหกรรมที่ต้องการข้อมูลชัดเจน วัดผลได้ และนำไปใช้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
VISBIO เชื่อมภาคเอกชนและออกแบบแผนทดสอบให้ตอบโจทย์การพัฒนาผลิตภัณฑ์
ในฝั่งของ VISBIO บทบาทสำคัญคือการเชื่อมโยงความต้องการของภาคเอกชนในอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามเข้าสู่กรอบความร่วมมือ พร้อมร่วมออกแบบและวางแผนการทดสอบตัวอย่างให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยครอบคลุมการทดสอบด้านองค์ประกอบทางเคมี การทดสอบประสิทธิภาพ และการทดสอบความปลอดภัยระดับเซลล์ รวมถึงการจัดทำรายงานผลตามแผนที่กำหนดร่วมกัน แนวทางนี้ทำให้การทดสอบเป็นมากกว่าการตรวจเชิงเทคนิค แต่เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยผู้ประกอบการกำหนดสารสำคัญที่ต้องควบคุม วางตำแหน่งผลิตภัณฑ์อย่างมีเหตุผล และสร้างข้อมูลสนับสนุนการสื่อสารเชิงวิทยาศาสตร์อย่างรับผิดชอบและน่าเชื่อถือ
โครงการย่อย: โมเดลการทำงานที่ยืดหยุ่นและวัดผลได้
หนึ่งในจุดเด่นของบันทึกข้อตกลงนี้คือการเปิดทางให้เกิด “โครงการย่อย” ตามความเหมาะสม โดยสามารถกำหนดข้อตกลงรายกรณีให้สอดคล้องกับลักษณะงานที่แตกต่างกัน เช่น โครงการวิจัยเชิงลึก โครงการทดสอบเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือโครงการที่มุ่งผลเชิงพาณิชย์ในภาคเอกชน รูปแบบนี้ช่วยให้การทำงานมีความยืดหยุ่นสูง แต่ยังคงความชัดเจนด้านขอบเขตงาน ผลลัพธ์ที่ต้องส่งมอบ และกลไกการบริหารจัดการที่ตรวจสอบได้ ทำให้ความร่วมมือไม่หยุดอยู่ที่การประกาศเจตนารมณ์ แต่สามารถแตกออกเป็นงานที่เกิดผลลัพธ์จริงได้อย่างต่อเนื่อง
ระยะเวลา 5 ปี: กรอบที่ทำให้การพัฒนาต่อเนื่องและวางแผนได้
บันทึกข้อตกลงกำหนดระยะเวลาความร่วมมือ 5 ปี นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2568 ถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2573 กรอบเวลาระยะกลางเช่นนี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาโครงการที่ต้องการความต่อเนื่อง ทั้งในด้านการสร้างชุดข้อมูล การพัฒนาแนวทางการทดสอบ การยกระดับมาตรฐานการรายงานผล และการต่อยอดเครือข่ายผู้ประกอบการให้เกิดการใช้งานจริงในวงกว้าง
กรอบความร่วมมือที่ชัดเจนและโปร่งใส
บันทึกข้อตกลงฉบับนี้วางกรอบการทำงานร่วมกันไว้อย่างชัดเจน ทั้งด้านทรัพย์สินทางปัญญา การดูแลข้อมูลที่เป็นความลับ การประสานงาน และการเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะ เพื่อให้ความร่วมมือดำเนินไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย
บทสรุป: สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่พิสูจน์ได้และขยายผลได้
ความร่วมมือระหว่าง VISBIO และ KAPI เป็นการวางรากฐานเชิงระบบที่มุ่งแปลงงานวิจัยให้เป็นคุณค่าที่ใช้งานได้จริง โดยใช้ “การสกัด การทดสอบประสิทธิภาพ การตรวจวิเคราะห์ และการทดสอบความปลอดภัยระดับเซลล์” เป็นกลไกหลักในการยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามให้มีความน่าเชื่อถือสูง พร้อมต่อยอดสู่เครือข่ายผู้ประกอบการผ่านโครงการย่อยที่กำหนดข้อตกลงได้ยืดหยุ่น ภายใต้หลักการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การรักษาความลับ และแนวทางการสื่อสารต่อสาธารณะที่เหมาะสม ความร่วมมือนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่ “พิสูจน์ได้” และ “ขยายผลได้” ในบริบทอุตสาหกรรมไทย
ร่วมพัฒนาโครงการหรือออกแบบแผนการทดสอบกับ VISBIO
องค์กร ผู้ประกอบการ เจ้าของแบรนด์ หรือหน่วยงานที่ต้องการพัฒนาสารสกัด สารสำคัญ และผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามด้วยแนวทางเชิงวิทยาศาสตร์ สามารถติดต่อ VISBIO เพื่อหารือการออกแบบแผนการทดสอบที่เหมาะสม (ด้านองค์ประกอบทางเคมี ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยระดับเซลล์) รวมถึงแนวทางการต่อยอดเป็นโครงการความร่วมมือภายใต้กรอบบันทึกข้อตกลงนี้ ผ่านช่องทางติดต่อบนเว็บไซต์ VISBIO
