
การทดสอบความแข็ง (Hardness Test) คือการวัดแรงที่ทำให้ตัวอย่างแตก หัก หรือยุบตัวภายใต้การกดที่ควบคุมความเร็ว แล้วรายงานเป็นตัวเลขในหน่วยนิวตัน (N) สำหรับเม็ดยาและเม็ดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ค่านี้มักเรียกว่าความแข็งของเม็ด (Tablet Hardness) ส่วนตำรายาของสหรัฐอเมริกา (United States Pharmacopeia: USP) เรียกค่านี้ว่าแรงที่ทำให้เม็ดแตก หรือ Tablet Breaking Force (United States Pharmacopeial Convention, 2023a) สำหรับเครื่องสำอางเนื้ออัด แรงสูงสุดที่วัดได้บอกความสามารถในการคงรูปทรงและความรู้สึกขณะใช้
ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เนื้อแข็ง เช่น เม็ดเคี้ยว (Chewable Tablet) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบบเม็ด รองพื้นเนื้ออัด และอายแชโดว์ ความแข็งเป็นพารามิเตอร์ที่กำหนดทั้งคุณภาพระหว่างการผลิตและประสบการณ์การใช้งานของผู้บริโภค เม็ดเคี้ยวที่แข็งเกินไปทำให้ผู้บริโภคไม่อยากใช้ต่อหลังลองครั้งแรก เม็ดที่อ่อนเกินไปแตกได้ง่ายระหว่างการบรรจุและการขนส่ง และรองพื้นเนื้ออัดที่เปราะเกินไปอาจแตกร้าวเมื่อตกหรือถูกกระแทก
ความแข็งไม่ใช่ค่าที่ตัดสินด้วยความรู้สึกของมนุษย์ แต่เป็นปริมาณทางฟิสิกส์ที่วัดได้ด้วยเครื่องมือที่ให้แรงกดแบบควบคุม แล้วบันทึกแรงสูงสุดที่ตัวอย่างต้านทานได้ก่อนแตกหรือยุบ หน่วยที่ใช้รายงานคือนิวตัน ส่วนเครื่องรุ่นเก่าและเอกสารอุตสาหกรรมบางฉบับยังใช้กิโลกรัมแรง (kgf หรือ kp) โดย 1 กิโลกรัมแรงเท่ากับประมาณ 9.8 นิวตัน การกำหนดเกณฑ์ความแข็งของแต่ละผลิตภัณฑ์คือการหาสมดุลระหว่างความสามารถในการคงรูประหว่างการขนส่งกับประสบการณ์การใช้งานของผู้บริโภค
ห้องปฏิบัติการวิสไบโอให้บริการทดสอบความแข็งร่วมกับห้องปฏิบัติการพันธมิตร ด้วยเครื่องวัดความแข็งของเม็ด (Tablet Hardness Tester) และเครื่องวิเคราะห์เนื้อสัมผัส (Texture Analyzer) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้กันในวงการยา อาหาร และเครื่องสำอาง ครอบคลุมตัวอย่างเม็ดอัดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เม็ดเคี้ยว รองพื้นเนื้ออัด อายแชโดว์ และเครื่องสำอางเนื้ออัดอื่น ๆ
ทำไมความแข็งจึงสำคัญต่อทั้งการผลิตและประสบการณ์ของผู้บริโภค
ในการผลิตเม็ดอัด ความแข็งเป็นพารามิเตอร์ที่ต้องสมดุลระหว่างความทนทานระหว่างการขนส่งกับการแตกตัวในทางเดินอาหาร เม็ดที่แข็งเกินไปทนการขนส่งได้ดี แต่อาจแตกตัวในกระเพาะอาหารช้ากว่าที่ออกแบบไว้ ซึ่งอาจส่งผลต่อการปลดปล่อยสารออกฤทธิ์ ในทางกลับกัน เม็ดที่อ่อนเกินไปแตกตัวเร็ว แต่แตกร้าวหรือบิ่นได้ง่ายระหว่างการบรรจุและการขนส่ง ผงที่หลุดออกจากเม็ดที่แตกร้าวทำให้น้ำหนักของแต่ละเม็ดไม่สม่ำเสมอ และปริมาณสารออกฤทธิ์ในเม็ดอาจไม่ครบตามที่ระบุบนฉลาก
ในเครื่องสำอางเนื้ออัด ความแข็งกำหนดทั้งความสามารถในการคงรูปทรงและความรู้สึกขณะปาด หากแข็งเกินไป รองพื้นจะปาดยากและติดพัฟได้ไม่สม่ำเสมอ ผู้บริโภครู้สึกว่าใช้ยาก หากอ่อนเกินไป ผลิตภัณฑ์จะแตกได้ง่ายระหว่างการขนส่งหรือเมื่อตกระหว่างการใช้งานตามปกติ
ในเม็ดเคี้ยวสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและขนมเคี้ยวเสริมสารออกฤทธิ์ ความแข็งกำหนดความรู้สึกขณะกัดและเคี้ยว เม็ดที่แข็งเกินไปทำให้ผู้สูงอายุและเด็กเคี้ยวได้ยาก ผลิตภัณฑ์จึงไม่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย ส่วนเม็ดที่อ่อนเกินไปอาจติดฟันจนผู้บริโภคไม่กลับมาซื้อซ้ำ การตั้งเกณฑ์ความแข็งจึงควรสะท้อนความต้องการของผู้บริโภคปลายทาง และควรทดสอบกับผู้ใช้จริงก่อนออกสู่ตลาด
ในมุมของการกำกับดูแล พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 และพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ไม่ได้กำหนดค่าความแข็งไว้โดยตรง แต่ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ที่แสดงปริมาณสารออกฤทธิ์ต่อหน่วยบริโภคบนฉลากมักกำหนดช่วงความแข็งไว้ในข้อกำหนดเฉพาะของผลิตภัณฑ์ เพราะความแข็งที่ควบคุมได้ช่วยให้น้ำหนักและปริมาณสารออกฤทธิ์ต่อเม็ดสม่ำเสมอ สำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรรูปแบบเม็ดภายใต้พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 ความแข็งเป็นค่าควบคุมคุณภาพระหว่างการผลิต ซึ่งใช้ร่วมกับการทดสอบรูปแบบยาเม็ดที่มีในตำรายา เช่น การแตกตัว (Disintegration) ความสม่ำเสมอของน้ำหนัก และความกร่อน (Friability) ซึ่งวัดน้ำหนักที่เม็ดสูญเสียจากการกลิ้งกระแทกในเครื่องทดสอบ (United States Pharmacopeial Convention, 2023b)
หลักการของการทดสอบความแข็งและเทคนิคที่เกี่ยวข้อง
หลักการพื้นฐานของการวัดความแข็งคือการให้แรงกดแก่ตัวอย่างด้วยความเร็วหรืออัตราการเพิ่มแรงที่คงที่ บันทึกแรงต้านที่เกิดขึ้นตามระยะการเคลื่อนที่ของหัวกด แล้วอ่านแรงสูงสุดก่อนตัวอย่างแตก สำหรับเม็ดอัด การวัดแรงที่ทำให้เม็ดแตก (Tablet Breaking Force) ใช้ขากดหน้าเรียบสองด้านที่ขนานกันกดเม็ดตามแนวเส้นผ่านศูนย์กลางจนเม็ดแตก แรงสูงสุดที่บันทึกได้ (Crushing Strength) รายงานเป็นนิวตัน (United States Pharmacopeial Convention, 2023a)
สำหรับผลิตภัณฑ์เนื้ออัดที่ไม่ใช่เม็ด เช่น รองพื้นเนื้ออัดและอายแชโดว์ การทดสอบใช้เครื่องวิเคราะห์เนื้อสัมผัสกับหัววัด (Probe) ทรงกระบอก (Cylinder) หรือแผ่นแบน (Flat Plate) กดลงที่กึ่งกลางของผลิตภัณฑ์ด้วยความเร็วและระยะที่กำหนด ผลที่รายงานคือแรงสูงสุดที่จุดยุบตัวครั้งแรก (Initial Yield Point) และพื้นที่ใต้กราฟแรงกับระยะ ซึ่งแทนความต้านทานต่อการยุบตัว การทดสอบอาจรวมการทดสอบการตก (Drop Test) ที่ปล่อยผลิตภัณฑ์ในตลับจากความสูงที่กำหนด เพื่อยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ทนต่อสภาพการใช้งานจริง
ในเชิงเทคนิค มีปัจจัยสามข้อที่ต้องควบคุมเพื่อให้ผลเปรียบเทียบกันได้ หนึ่งคือการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นของห้องทดสอบ ผลิตภัณฑ์ที่ดูดความชื้นง่าย เช่น เม็ดเคี้ยวที่มีน้ำตาลและกัมมี่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ให้ค่าความแข็งต่างกันมากเมื่อทดสอบในห้องที่มีความชื้นสัมพัทธ์ 50% เทียบกับ 70% สองคือการเลือกความเร็วของการกดให้เหมาะกับลักษณะของผลิตภัณฑ์ เช่น ในช่วง 1–5 มิลลิเมตรต่อวินาที และใช้ความเร็วเดียวกันทุกครั้งที่เปรียบเทียบ เพราะความเร็วที่ต่างกันทำให้ค่าที่วัดได้ต่างกันมาก สามคือการทดสอบจำนวนตัวอย่างให้เพียงพอ สำหรับเม็ดอัด โดยทั่วไปทดสอบอย่างน้อย 10 เม็ดต่อล็อต และรายงานค่าเฉลี่ยพร้อมค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ขอบเขตบริการทดสอบความแข็งของห้องปฏิบัติการวิสไบโอ
บริการของห้องปฏิบัติการวิสไบโอ ซึ่งดำเนินการร่วมกับห้องปฏิบัติการพันธมิตร ครอบคลุมตัวอย่างสองกลุ่ม
- เม็ดอัด: เม็ดอัดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เม็ดเคี้ยว เม็ดเคี้ยวสมุนไพร และเม็ดเคลือบฟิล์ม
- เครื่องสำอางเนื้ออัด: รองพื้นเนื้ออัด อายแชโดว์ บลัชออนเนื้ออัด และแป้งอัดแข็ง
ผลที่รายงานเป็นแรงสูงสุดในหน่วยนิวตันตามรูปแบบการทดสอบ ได้แก่ แรงที่ทำให้เม็ดแตกสำหรับเม็ดอัด และแรงที่จุดยุบตัวครั้งแรกกับพื้นที่ใต้กราฟสำหรับเครื่องสำอางเนื้ออัด พร้อมค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ลูกค้าเลือกได้ระหว่างการทดสอบครั้งเดียวสำหรับการตรวจปล่อยล็อต หรือการติดตามหลายจุดเวลาระหว่างการศึกษาความคงตัว
การนำผลการทดสอบความแข็งไปใช้ประโยชน์
ผลการทดสอบความแข็งใช้ได้ในหลายช่วงของผลิตภัณฑ์
- ขั้นวิจัยและพัฒนา: ใช้เลือกสัดส่วนของส่วนประกอบและสภาวะการอัดที่ให้ความแข็งตรงกับแนวคิดของผลิตภัณฑ์ และเปรียบเทียบผลกระทบเมื่อเปลี่ยนผู้ส่งวัตถุดิบซึ่งอาจทำให้ความแข็งของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเปลี่ยนไป
- ขั้นก่อนเปิดตัว (Pre-launch): ใช้เป็นค่าตั้งต้น (Baseline) ของข้อกำหนดเฉพาะ และตั้งช่วงความแข็งที่ยอมรับได้สำหรับการปล่อยล็อต
- ขั้นการผลิตเชิงพาณิชย์: ใช้เป็นเกณฑ์ตรวจปล่อยล็อตที่ช่วยตรวจจับความเบี่ยงเบนของกระบวนการผลิต
- การศึกษาความคงตัว: ใช้คู่กับการศึกษาความคงตัวภายใต้สภาวะจริง (Real-time Stability) และสภาวะเร่ง (Accelerated Stability) เพื่อยืนยันว่าความแข็งยังอยู่ในเกณฑ์ตลอดอายุการเก็บรักษา
- ขั้นส่งออก: ใช้เป็นเอกสารแนบใบรับรองผลการวิเคราะห์ (Certificate of Analysis: COA) สำหรับผู้ซื้อบางรายที่กำหนดช่วงความแข็งหรือการเปลี่ยนแปลงของความแข็งที่ยอมรับได้ไว้ในข้อตกลงทางการค้า
- การขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์: ใช้ความแข็งของสูตรที่ขายในตลาดแล้วเป็นจุดอ้างอิง เมื่อขยายขนาดการผลิต (Scale-up) หรือพัฒนาสูตรใหม่ที่มีโครงสร้างคล้ายกัน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทดสอบความแข็ง
การทดสอบความแข็ง (Hardness Test) คืออะไร
การทดสอบความแข็งคือการวัดแรงที่ทำให้ตัวอย่างแตก หัก หรือยุบตัวภายใต้การกดที่ควบคุมความเร็ว แล้วรายงานเป็นนิวตัน ใช้กับเม็ดอัด เม็ดเคี้ยว และเครื่องสำอางเนื้ออัด
Tablet Hardness กับ Tablet Breaking Force ต่างกันอย่างไร
ทั้งสองคำหมายถึงค่าเดียวกัน คือแรงที่ทำให้เม็ดแตกเมื่อถูกกดตามแนวเส้นผ่านศูนย์กลาง ตำรายาของสหรัฐอเมริกาใช้คำว่า Breaking Force และรายงานในหน่วยนิวตัน ส่วนเครื่องรุ่นเก่าบางรุ่นยังรายงานเป็นกิโลกรัมแรง
ทำไมเม็ดที่แข็งเกินไปหรืออ่อนเกินไปจึงเป็นปัญหา
เม็ดที่แข็งเกินไปทนการขนส่งได้ดี แต่อาจแตกตัวช้ากว่าที่ออกแบบไว้ และเม็ดเคี้ยวที่แข็งเกินไปทำให้ผู้สูงอายุและเด็กเคี้ยวได้ยาก ส่วนเม็ดที่อ่อนเกินไปแตกร้าวง่ายระหว่างการบรรจุและการขนส่ง ทำให้น้ำหนักและปริมาณสารออกฤทธิ์ต่อเม็ดไม่สม่ำเสมอ
เครื่องสำอางเนื้ออัดทดสอบความแข็งอย่างไร
เครื่องสำอางเนื้ออัด เช่น รองพื้นเนื้ออัดและอายแชโดว์ ใช้หัววัดทรงกระบอกหรือแผ่นแบนกดลงที่กึ่งกลางของผลิตภัณฑ์ ผลที่ได้คือแรงสูงสุดที่จุดยุบตัวครั้งแรกและพื้นที่ใต้กราฟแรงกับระยะ ซึ่งสัมพันธ์กับการคงรูปทรงและความรู้สึกขณะใช้
ทำไมต้องควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และความเร็วในการกด
ผลิตภัณฑ์ที่ดูดความชื้นง่ายให้ค่าความแข็งต่างกันมากเมื่อความชื้นของห้องต่างกัน และความเร็วของการกดที่ต่างกันทำให้ค่าที่วัดได้ต่างกัน การทดสอบภายใต้สภาวะเดียวกันทุกครั้งจึงทำให้เปรียบเทียบระหว่างล็อตและระหว่างช่วงเวลาได้
ต้องทดสอบกี่เม็ดต่อหนึ่งล็อต
สำหรับเม็ดอัด โดยทั่วไปทดสอบอย่างน้อย 10 เม็ดต่อล็อต และรายงานค่าเฉลี่ยพร้อมค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
เอกสารอ้างอิง:
- United States Pharmacopeial Convention. (2023a). Tablet breaking force (USP <1217>). USP.
- United States Pharmacopeial Convention. (2023b). Tablet friability (USP <1216>). USP.
- ราชกิจจานุเบกษา. (2522, พฤษภาคม 13). พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522. ราชกิจจานุเบกษา, 96(79 ก), 1–24.
- ราชกิจจานุเบกษา. (2558, กันยายน 8). พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558. ราชกิจจานุเบกษา, 132(86 ก), 1–22.
- ราชกิจจานุเบกษา. (2562, เมษายน 30). พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562. ราชกิจจานุเบกษา, 136(56 ก), 116–161.