ค่าเปอร์ออกไซด์ (Peroxide Value: PV) คือปริมาณสารไฮโดรเปอร์ออกไซด์ (Hydroperoxide) ในน้ำมันหรือไขมัน ซึ่งเป็นสารที่เกิดขึ้นในช่วงแรกของปฏิกิริยาออกซิเดชันของไขมัน (Lipid Oxidation) รายงานเป็นมิลลิสมมูลของออกซิเจนต่อน้ำมัน 1 กิโลกรัม (mEq O₂/kg) ค่า PV จึงบอกได้ว่าน้ำมันเริ่มเสื่อมจากออกซิเดชันไปมากน้อยเพียงใด ก่อนที่ผู้บริโภคจะได้กลิ่นหืน

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำมันบำรุงผิวหน้า (Facial Oil) น้ำมันบำรุงเส้นผม ยาหม่องสมุนไพร ครีมที่มีน้ำมันเป็นองค์ประกอบหลัก ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดแคปซูลนิ่ม (Soft Gel) และน้ำมันพืชที่ใช้เป็นวัตถุดิบ ค่า PV เป็นพารามิเตอร์ที่บอกการเสื่อมของน้ำมันก่อนที่กลิ่นหืนจะปรากฏ การติดตามค่า PV ตามเวลาจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินอายุการเก็บรักษา (Shelf Life) ของผลิตภัณฑ์ฐานน้ำมัน และผู้ซื้อแบบองค์กรธุรกิจ (Business-to-Business: B2B) บางรายในตลาดส่งออกก็กำหนดค่า PV เป็นเกณฑ์ปล่อยสินค้า

การเหม็นหืน (Rancidity) เกิดจากปฏิกิริยาเคมีที่ดำเนินไปอย่างเงียบ ๆ ช่วงต้นยังมองไม่เห็นด้วยตาและไม่มีกลิ่นชัด กระบวนการนี้แบ่งได้เป็นสามระยะ ในระยะแรก น้ำมันทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศผ่านปฏิกิริยาลูกโซ่ของอนุมูลอิสระ (Free Radical) ที่ถูกกระตุ้นด้วยแสง ความร้อน หรือไอออนโลหะ เกิดเป็นไฮโดรเปอร์ออกไซด์ซึ่งค่า PV วัดได้ ในระยะที่สอง ไฮโดรเปอร์ออกไซด์สลายตัวเป็นสารทุติยภูมิ (Secondary Products) เช่น อัลดีไฮด์ (Aldehyde) และคีโตน (Ketone) ซึ่งให้กลิ่นหืนชัดเจน ในระยะที่สาม ค่า PV เริ่มลดลง เพราะไฮโดรเปอร์ออกไซด์สลายตัวเร็วกว่าที่เกิดใหม่ ค่า PV ที่สูงจึงบอกว่าน้ำมันอยู่ในช่วงที่ออกซิเดชันกำลังเร่งตัวและใกล้จะมีกลิ่นหืน ส่วนค่า PV ที่ต่ำแต่มีกลิ่นหืนแล้ว บอกว่าน้ำมันผ่านจุดสูงสุดของค่า PV ไปแล้วและเสื่อมจนไม่ควรใช้ การแปลผลจึงควรดูแนวโน้มของค่า PV ตามเวลา และพิจารณาร่วมกับกลิ่นหรือค่าที่บอกสารออกซิเดชันทุติยภูมิ เช่น ค่าพารา-อะนิซิดีน (p-Anisidine Value) ซึ่งมาตรฐานน้ำมันปลาใช้ควบคู่กับค่า PV (Codex Alimentarius Commission, 2017)

ห้องปฏิบัติการวิสไบโอให้บริการวัดค่าเปอร์ออกไซด์ด้วยวิธีไทเทรตแบบไอโอโดเมตริก (Iodometric Titration) ร่วมกับห้องปฏิบัติการพันธมิตร สำหรับน้ำมันพืช น้ำมันบำรุงผิวและเส้นผม ยาหม่อง น้ำมันหอมระเหย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดแคปซูลน้ำมัน และผลิตภัณฑ์ที่มีไขมันเป็นองค์ประกอบหลัก

ทำไมค่า PV จึงเป็นพารามิเตอร์ที่กำหนดอายุของผลิตภัณฑ์ฐานน้ำมัน

ในขั้นการพัฒนาสูตร การเลือกชนิดน้ำมันและสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) คือการหาสมดุลระหว่างคุณสมบัติที่ผู้บริโภคต้องการกับความเสถียรในระยะยาว น้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันงา น้ำมันโรสฮิป น้ำมันอาร์แกน (Argan Oil) และน้ำมันที่มีโอเมก้า-3 หรือโอเมก้า-6 สูง ให้คุณสมบัติบำรุงที่ดี แต่เกิดออกซิเดชันได้ง่ายกว่าน้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูง เช่น น้ำมันมะพร้าวและน้ำมันปาล์ม การเติมสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น โทโคฟีรอล (Tocopherol หรือวิตามินอี) สารสกัดโรสแมรี (Rosemary Extract) และแอสคอร์บิลปาล์มิเทต (Ascorbyl Palmitate) ในปริมาณที่เหมาะสม จึงเป็นวิธียืดอายุของน้ำมันกลุ่มนี้

ในขั้นคัดเลือกผู้ส่งวัตถุดิบ ค่า PV ของน้ำมันชนิดเดียวกันจากผู้ผลิตต่างรายอาจต่างกันได้มาก ขึ้นกับกระบวนการสกัดและการเก็บรักษา ตัวอย่างเช่น น้ำมันจากผู้ผลิตรายหนึ่งอาจมีค่า PV ต่ำกว่า 5 mEq O₂/kg ขณะที่อีกรายอาจสูงกว่า 10 mEq O₂/kg ซึ่งเกินเพดานที่มาตรฐาน Codex กำหนดไว้สำหรับน้ำมันบริโภคทั่วไป ส่วนน้ำมันบีบเย็นและน้ำมันบริสุทธิ์ (Virgin Oil) มาตรฐานเดียวกันกำหนดเพดานไว้ที่ 15 mEq O₂/kg (Codex Alimentarius Commission, 2019) ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากน้ำมันค่า PV สูงจะเริ่มต้นด้วยค่า PV สูงและเข้าสู่ช่วงเหม็นหืนเร็วกว่าที่ออกแบบไว้ การวัดค่า PV ของวัตถุดิบน้ำมันทุกล็อตที่รับเข้าจึงเป็นการควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นทาง

ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดแคปซูลน้ำมัน เช่น น้ำมันปลาโอเมก้า-3 และวิตามินอีในรูปแคปซูลนิ่ม ค่า PV เป็นพารามิเตอร์คุณภาพหลักที่มาตรฐานของน้ำมันกำหนดเพดานไว้ เช่น มาตรฐาน Codex สำหรับน้ำมันปลา (CXS 329-2017) กำหนดค่า PV ไม่เกิน 5 mEq O₂/kg (Codex Alimentarius Commission, 2017) ผลิตภัณฑ์ที่ค่า PV เกินเพดานในข้อกำหนดเฉพาะหรือในข้อตกลงกับผู้ซื้อถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์คุณภาพ ผู้บริโภคจะได้รับน้ำมันที่เสื่อมแล้ว และผู้ผลิตอาจต้องเรียกคืนสินค้า ในไทย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522

ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ค่า PV ที่เพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณเตือนก่อนที่กลิ่นหืนจะปรากฏชัด ตัวอย่างเช่น ถ้าค่า PV ของน้ำมันบำรุงผิวเพิ่มจาก 2 เป็น 8 mEq O₂/kg ภายใน 6 เดือนของการศึกษาความคงตัว ผู้ผลิตควรประเมินว่าผลิตภัณฑ์อาจเริ่มมีกลิ่นหืนก่อนหมดอายุ ข้อมูลนี้ทำให้ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์และฝ่ายขายมีเวลาตัดสินใจปรับสูตรหรือบรรจุภัณฑ์ก่อนที่ปัญหาจะถึงมือผู้บริโภค

ในมุมการกำกับดูแล พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 และพระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 เป็นกรอบการกำกับดูแลของน้ำมันบำรุงผิว ยาหม่อง และน้ำมันสมุนไพร ค่า PV เป็นข้อมูลคุณภาพที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ในข้อกำหนดเฉพาะของน้ำมันสมุนไพร ยาหม่อง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดแคปซูลน้ำมัน ผู้ผลิตจึงควรเก็บผลวัดไว้แสดงต่อหน่วยงานกำกับดูแลหรือผู้ซื้อเมื่อมีการขอตรวจ

หลักการวัดค่าเปอร์ออกไซด์ด้วยวิธีไทเทรตแบบไอโอโดเมตริก

วิธีไทเทรตแบบไอโอโดเมตริก (Iodometric Titration) อาศัยปฏิกิริยาออกซิเดชัน-รีดักชัน ตัวอย่างน้ำมันถูกละลายในตัวทำละลายที่มีกรดอะซิติกเป็นส่วนผสม แล้วเติมสารละลายโพแทสเซียมไอโอไดด์ (Potassium Iodide: KI) ไฮโดรเปอร์ออกไซด์ในน้ำมันจะออกซิไดซ์ไอโอไดด์ให้เป็นไอโอดีน (I₂) ในปริมาณที่แปรผันตรงกับปริมาณไฮโดรเปอร์ออกไซด์ จากนั้นไทเทรตไอโอดีนที่เกิดขึ้นด้วยสารละลายโซเดียมไทโอซัลเฟต (Sodium Thiosulfate: Na₂S₂O₃) มาตรฐาน และใช้น้ำแป้ง (Starch Indicator) บอกจุดยุติ ซึ่งสีของสารละลายจะเปลี่ยนจากน้ำเงินเข้มเป็นไม่มีสี ปริมาณโซเดียมไทโอซัลเฟตที่ใช้จะคำนวณกลับเป็นค่า PV ในหน่วย mEq O₂/kg (American Oil Chemists’ Society, 2017; International Organization for Standardization, 2017)

ค่า PV วัดจากส่วนที่เป็นน้ำมันหรือไขมันของตัวอย่าง ตัวอย่างที่เป็นน้ำมันล้วน เช่น น้ำมันพืชและน้ำมันในแคปซูลนิ่ม วัดได้โดยตรง ส่วนครีมและผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหรือส่วนผสมอื่นปนอยู่มาก ต้องแยกส่วนน้ำมันออกก่อนด้วยวิธีที่ไม่ทำให้เกิดออกซิเดชันเพิ่ม เพื่อให้ค่าที่ได้สะท้อนสภาพของน้ำมันในผลิตภัณฑ์จริง

ขอบเขตบริการวัดค่าเปอร์ออกไซด์ของห้องปฏิบัติการวิสไบโอ

บริการวัดค่าเปอร์ออกไซด์ของห้องปฏิบัติการวิสไบโอ ซึ่งดำเนินการร่วมกับห้องปฏิบัติการพันธมิตร ครอบคลุมตัวอย่างหลายกลุ่ม

  • น้ำมันเครื่องสำอาง: น้ำมันบำรุงผิวหน้า น้ำมันบำรุงผิวกาย น้ำมันบำรุงเส้นผม น้ำมันมะพร้าว น้ำมันงาสกัดเย็น น้ำมันโรสฮิป น้ำมันอาร์แกน และน้ำมันสมุนไพร
  • ยาหม่องและบาล์ม: ยาหม่องสมุนไพร ยาหม่องสูตรเย็น ยาหม่องสูตรร้อน ลิปบาล์ม บาล์มทาผิว (Body Balm) และผลิตภัณฑ์เนื้อกึ่งแข็งที่มีน้ำมันเป็นองค์ประกอบหลัก
  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดน้ำมัน: แคปซูลน้ำมันปลา แคปซูลโอเมก้า-3 แคปซูลวิตามินอี น้ำมันเมล็ดองุ่น น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseed Oil) และแคปซูลน้ำมันผสมสมุนไพร
  • น้ำมันที่ใช้เป็นวัตถุดิบ: น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น น้ำมันงาดำ และน้ำมันสมุนไพรที่ใช้ผลิตเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
  • น้ำมันหอมระเหยและครีม: น้ำมันหอมระเหย (ดูบริการวิเคราะห์น้ำมันหอมระเหยเพิ่มเติมที่ หน้าบริการน้ำมันหอมระเหย) และครีมที่มีน้ำมันเป็นองค์ประกอบหลัก ซึ่งต้องแยกส่วนน้ำมันออกก่อนวัด

รายงานผลแสดงค่า PV ในหน่วย mEq O₂/kg พร้อมค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานจากการวัดซ้ำ และสำหรับการศึกษาความคงตัว รายงานจะแสดงการเปลี่ยนแปลงเชิงปริมาณตามเวลาเทียบกับจุดตั้งต้น (T0) ลูกค้าเลือกได้ระหว่างการวัดครั้งเดียวสำหรับการตรวจปล่อยล็อต หรือการศึกษาต่อเนื่องตลอดอายุการเก็บรักษา

การนำผลการวัดค่า PV ไปใช้ประโยชน์

ผลการวัดค่า PV ใช้ได้ในหลายช่วงของผลิตภัณฑ์ ในขั้นวิจัยและพัฒนา ใช้เลือกชนิดน้ำมันและสารต้านอนุมูลอิสระที่ให้ความเสถียรในระยะยาว ทดสอบประสิทธิภาพของระบบสารต้านอนุมูลอิสระที่ใช้ และเปรียบเทียบน้ำมันจากกระบวนการสกัดต่างกัน เช่น น้ำมันบีบเย็น (Cold Pressed) กับน้ำมันที่สกัดด้วยตัวทำละลาย (Solvent Extracted) ซึ่งมีค่า PV เริ่มต้นต่างกัน ในขั้นคัดเลือกผู้ส่งวัตถุดิบ ใช้ตรวจคุณภาพของน้ำมันที่รับเข้าทุกล็อต โดยเฉพาะน้ำมันที่ราคาและคุณภาพเปลี่ยนไปตามฤดูกาล

ในขั้นก่อนเปิดตัว (Pre-launch) ค่า PV ใช้เป็นค่าตั้งต้น (Baseline) ของข้อกำหนดเฉพาะและใช้ตั้งเกณฑ์ความเบี่ยงเบนที่ยอมรับได้สำหรับการปล่อยล็อต ในขั้นการผลิตเชิงพาณิชย์ ใช้เป็นเกณฑ์ปล่อยล็อตที่บอกระดับออกซิเดชันของผลิตภัณฑ์ก่อนเริ่มจัดจำหน่าย ในการศึกษาความคงตัว ใช้ร่วมกับการศึกษาแบบ Real-time และ Accelerated Stability เพื่อประกอบการประเมินอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์

ในขั้นส่งออก ผลการวัดใช้เป็นเอกสารแนบใบรับรองผลการวิเคราะห์ (Certificate of Analysis: COA) เพื่อรองรับการตรวจของผู้ซื้อแบบองค์กรธุรกิจที่กำหนดเพดานค่า PV ไว้ในข้อตกลงทางการค้า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าเปอร์ออกไซด์

Peroxide Value คืออะไร

ค่าเปอร์ออกไซด์ (Peroxide Value: PV) คือปริมาณไฮโดรเปอร์ออกไซด์ในน้ำมันหรือไขมัน ซึ่งเกิดในช่วงแรกของออกซิเดชันของไขมัน รายงานในหน่วย mEq O₂/kg และใช้บอกว่าน้ำมันเริ่มเสื่อมมากน้อยเพียงใดก่อนที่จะมีกลิ่นหืน

ค่า PV ต่ำแปลว่าน้ำมันยังดีเสมอไหม

ไม่เสมอไป เมื่อออกซิเดชันดำเนินไปถึงระยะหนึ่ง ไฮโดรเปอร์ออกไซด์จะสลายตัวเร็วกว่าที่เกิดใหม่ ค่า PV จึงลดลงแม้น้ำมันเสื่อมแล้ว ถ้าค่า PV ต่ำแต่มีกลิ่นหืน แปลว่าน้ำมันผ่านจุดสูงสุดของค่า PV ไปแล้ว จึงควรดูแนวโน้มของค่า PV ตามเวลาร่วมกับกลิ่นหรือค่าที่บอกสารออกซิเดชันทุติยภูมิ

น้ำมันชนิดใดเกิดออกซิเดชันง่าย

น้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันงา น้ำมันโรสฮิป น้ำมันอาร์แกน และน้ำมันที่มีโอเมก้า-3 หรือโอเมก้า-6 สูง เกิดออกซิเดชันได้ง่ายกว่าน้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูง เช่น น้ำมันมะพร้าว การเติมสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น โทโคฟีรอลหรือสารสกัดโรสแมรี ช่วยยืดอายุของน้ำมันกลุ่มนี้

ค่า PV ของน้ำมันควรไม่เกินเท่าไร

ขึ้นกับชนิดผลิตภัณฑ์และมาตรฐานที่ใช้ เช่น มาตรฐาน Codex สำหรับน้ำมันบริโภคทั่วไปกำหนดไม่เกิน 10 mEq O₂/kg และไม่เกิน 15 mEq O₂/kg สำหรับน้ำมันบีบเย็นและน้ำมันบริสุทธิ์ ส่วนมาตรฐาน Codex สำหรับน้ำมันปลากำหนดไม่เกิน 5 mEq O₂/kg ผู้ซื้อแต่ละรายอาจกำหนดเพดานของตัวเองไว้ในข้อตกลงทางการค้า

วัดค่า PV ด้วยวิธีใด

ใช้วิธีไทเทรตแบบไอโอโดเมตริก ไฮโดรเปอร์ออกไซด์ในน้ำมันออกซิไดซ์โพแทสเซียมไอโอไดด์ให้เป็นไอโอดีน แล้วไทเทรตไอโอดีนด้วยโซเดียมไทโอซัลเฟตมาตรฐาน โดยใช้น้ำแป้งบอกจุดยุติ ผลคำนวณเป็นหน่วย mEq O₂/kg

รายงานผลการวัดค่า PV มีข้อมูลอะไรบ้าง

รายงานแสดงค่า PV ในหน่วย mEq O₂/kg พร้อมค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานจากการวัดซ้ำ สำหรับการศึกษาความคงตัว รายงานจะแสดงการเปลี่ยนแปลงของค่า PV ตามเวลาเทียบกับจุดตั้งต้น (T0)

เอกสารอ้างอิง:

  1. American Oil Chemists’ Society. (2017). Peroxide value: Acetic acid–isooctane method (AOCS Official Method Cd 8b-90). AOCS Press.
  2. Codex Alimentarius Commission. (2017). Standard for fish oils (CXS 329-2017). FAO/WHO.
  3. Codex Alimentarius Commission. (2019). Standard for edible fats and oils not covered by individual standards (CXS 19-1981). FAO/WHO.
  4. International Organization for Standardization. (2017). Animal and vegetable fats and oils — Determination of peroxide value — Iodometric (visual) endpoint determination (ISO 3960:2017). ISO.
  5. ราชกิจจานุเบกษา. (2522, พฤษภาคม 13). พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522. ราชกิจจานุเบกษา, 96(79 ก), 1–24.
  6. ราชกิจจานุเบกษา. (2558, กันยายน 8). พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558. ราชกิจจานุเบกษา, 132(86 ก), 1–22.
  7. ราชกิจจานุเบกษา. (2562, เมษายน 30). พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562. ราชกิจจานุเบกษา, 136(56 ก), 116–161.