การศึกษานำร่องทางคลินิก (Pilot Clinical Trial) คือการศึกษาขนาดเล็กในอาสาสมัครที่ใช้ทดสอบความเป็นไปได้ (Feasibility) ของวิธีการและขั้นตอนต่าง ๆ ก่อนลงทุนในการศึกษาขนาดใหญ่ เช่น อัตราการรับสมัครอาสาสมัคร การทนต่อผลิตภัณฑ์ และความเหมาะสมของโปรโตคอล พร้อมให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับขนาดผลและความแปรปรวนของตัวชี้วัด (Thabane et al., 2010) สำหรับผลิตภัณฑ์สุขภาพจากสมุนไพรที่มีข้อมูลในห้องปฏิบัติการหรือประวัติการใช้ตามภูมิปัญญาดั้งเดิมอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีข้อมูลในมนุษย์ การศึกษานำร่องเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยยืนยันทิศทางก่อนวางแผนการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุมขนาดใหญ่ (Full-scale Randomized Controlled Trial: RCT)

ผลิตภัณฑ์สุขภาพจากสมุนไพรไทยมีมูลค่าตลาดเติบโตต่อเนื่องทั้งในประเทศและตลาดส่งออก เจ้าของแบรนด์ที่ต้องการสื่อสารประโยชน์ด้านสุขภาพบนฉลากหรือในสื่อการตลาดต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และต้องใช้ถ้อยคำตามกฎหมายของประเภทผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต การเริ่มต้นด้วยการศึกษาขนาดเล็กที่ออกแบบอย่างเป็นระบบช่วยลดความเสี่ยงก่อนลงทุนในการศึกษาที่ใหญ่และมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า

บริษัท วิสไบโอ จำกัด ให้บริการออกแบบโครงการ บริหารและประสานงานการศึกษานำร่องทางคลินิก (Project Management และ Project Coordination) สำหรับผลิตภัณฑ์สุขภาพจากสมุนไพร ร่วมกับเครือข่ายศูนย์วิจัยทางคลินิกและโรงพยาบาลพันธมิตรหลายแห่ง ตามหลักการปฏิบัติการวิจัยทางคลินิกที่ดี (Good Clinical Practice: GCP) ตั้งแต่การวางแผนโปรโตคอลการวิจัย (Protocol) จนถึงรายงานการศึกษานำร่องฉบับสมบูรณ์ และรองรับผู้สนับสนุนโครงการทั้งในไทยและต่างประเทศ

ข้อจำกัดของเลข อย.: เหตุใดแบรนด์สมุนไพรจึงต้องการข้อมูลในมนุษย์

ผลิตภัณฑ์สุขภาพจากสมุนไพรอาจได้รับอนุญาตในหมวดอาหาร เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ภายใต้พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 หรือในหมวดผลิตภัณฑ์สมุนไพรภายใต้พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 ขึ้นกับลักษณะของผลิตภัณฑ์และวัตถุประสงค์การใช้ สำหรับผลิตภัณฑ์ในหมวดอาหาร การอนุญาตของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มุ่งพิจารณาความปลอดภัยและคุณภาพเป็นหลัก ไม่ได้เป็นการยืนยันประสิทธิภาพทางคลินิก ส่วนผลิตภัณฑ์ในหมวดผลิตภัณฑ์สมุนไพร ข้อความที่แสดงได้ต้องอยู่ในขอบเขตที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายฉบับนั้น ไม่ว่าผลิตภัณฑ์จะอยู่ในหมวดใด เลขที่ได้รับจาก อย. ก็ไม่ใช่หลักฐานว่าสูตรตำรับของแบรนด์ให้ผลต่อสุขภาพตามที่ต้องการสื่อสาร

ข้อมูลจากหลอดทดลองและประวัติการใช้ตามภูมิปัญญาดั้งเดิมมีคุณค่าในฐานะข้อมูลเบื้องต้น แต่ไม่ได้วัดผลของสูตรตำรับนั้นในอาสาสมัครโดยตรง การศึกษานำร่องทางคลินิกจึงเป็นสะพานเชื่อมระหว่างข้อมูลดั้งเดิมกับหลักฐานทางคลินิกที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

สมุนไพรในผลิตภัณฑ์สุขภาพและเหตุผลของการศึกษานำร่อง: พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์

ผลิตภัณฑ์สุขภาพจากสมุนไพรที่นิยมในตลาดไทย เช่น ขมิ้นชัน (Curcuma longa) ใบบัวบก (Centella asiatica) และมะขามป้อม (Phyllanthus emblica) มีประวัติการใช้ในตำรับยาแผนโบราณมายาวนาน และมีการศึกษาสารออกฤทธิ์ในระดับหลอดทดลอง (In Vitro) และในสัตว์ทดลอง (In Vivo) อย่างกว้างขวาง

Chainani-Wu (2003) ทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับความปลอดภัยและฤทธิ์ต้านการอักเสบของเคอร์คูมิน (Curcumin) สารสำคัญในขมิ้นชัน พบการศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบจำนวนมากในระดับห้องปฏิบัติการและในสัตว์ทดลอง ขณะที่การศึกษาในมนุษย์ที่รวบรวมได้ในขณะนั้นมีเพียงไม่กี่การศึกษา ซึ่งไม่พบความเป็นพิษและพบหลักฐานฤทธิ์ต้านการอักเสบบางส่วน สถานการณ์ลักษณะนี้ทำให้การศึกษานำร่องทางคลินิกเป็นขั้นตอนที่เหมาะสมในการสร้างข้อมูลในมนุษย์สำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละสูตร

Gohil et al. (2010) ทบทวนข้อมูลทางเภสัชวิทยาของใบบัวบก ครอบคลุมฤทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับการสมานแผลและการสร้างคอลลาเจน ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และผลต่อการทำงานของสมอง ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่มาจากการศึกษาในสัตว์ทดลอง และระบุว่ายังต้องการการทดลองแบบสุ่มที่มีการปกปิดในมนุษย์เพิ่มเติม

Thabane et al. (2010) อธิบายว่าการศึกษานำร่องมีความหมายเดียวกับการศึกษาความเป็นไปได้ ซึ่งมุ่งช่วยวางแผนการศึกษาขนาดใหญ่ และเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการประเมินความเป็นไปได้ของการศึกษาขนาดใหญ่ที่มีค่าใช้จ่ายสูง จนแทบเป็นเงื่อนไขจำเป็นก่อนเริ่มการศึกษาหลัก การศึกษานำร่องจึงมีวัตถุประสงค์ของตนเอง ไม่ใช่การศึกษาขนาดใหญ่ที่ย่อส่วนลง ผู้เขียนกลุ่มเดียวกันยังเตือนว่าค่าประมาณขนาดผลจากการศึกษานำร่องอาจคลาดเคลื่อนเพราะกลุ่มตัวอย่างมีขนาดเล็ก จึงต้องใช้อย่างระมัดระวังเมื่อนำไปคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างของการศึกษาหลัก

ขั้นตอนการศึกษานำร่องกับวิสไบโอและศูนย์วิจัยพันธมิตร

การศึกษานำร่องทุกโครงการดำเนินตามหลัก GCP โดยคำนึงถึงลักษณะของผลิตภัณฑ์สุขภาพจากสมุนไพรที่มักมีข้อมูลในห้องปฏิบัติการและประวัติการใช้แบบดั้งเดิม แต่ยังขาดข้อมูลทางคลินิกที่เป็นระบบ การออกแบบจึงต้องสมดุลระหว่างความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติกับความเข้มงวดทางวิทยาศาสตร์ วิสไบโอทำหน้าที่ออกแบบโครงการและบริหารการศึกษาตั้งแต่การวางแผนจนถึงการส่งมอบรายงาน ส่วนการคัดเลือกและดูแลอาสาสมัครดำเนินการโดยแพทย์และนักวิจัยของศูนย์วิจัยที่รับผิดชอบโครงการ

ขั้นตอนที่ 1: ปรึกษาและออกแบบโปรโตคอล

วิสไบโอวิเคราะห์คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ ผลที่ผู้ประกอบการต้องการศึกษา และวัตถุประสงค์ของผลิตภัณฑ์ ร่วมกับผู้วิจัยของศูนย์วิจัยพันธมิตร เพื่อกำหนดแผนการศึกษานำร่อง รวมถึงตัวชี้วัดหลักด้านความเป็นไปได้ (Primary Feasibility Endpoints) เช่น อัตราการรับสมัครและการคงอยู่ในการศึกษา และตัวชี้วัดรองทางคลินิก (Secondary Clinical Endpoints) ที่สอดคล้องกับประโยชน์ที่ต้องการศึกษา ขั้นตอนนี้ครอบคลุมเกณฑ์คัดเข้าและคัดออก (Inclusion/Exclusion Criteria) เกณฑ์ตัดสินความสำเร็จของการศึกษานำร่อง และการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างให้เพียงพอต่อวัตถุประสงค์ด้านความเป็นไปได้ ส่วนการคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างที่มีกำลังทางสถิติเพียงพอจะทำสำหรับการศึกษาหลัก โดยใช้ข้อมูลจากการศึกษานำร่องประกอบ

ขั้นตอนที่ 2: ขออนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์

ก่อนเริ่มเก็บข้อมูลใด ๆ โปรโตคอลและเอกสารชี้แจงเพื่อขอความยินยอม (Informed Consent) ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (Institutional Review Board: IRB) ทุกกรณี วิสไบโอประสานการจัดเตรียมเอกสารร่วมกับผู้วิจัยของศูนย์วิจัย และติดตามการปรับแก้ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการจนได้รับอนุมัติ

ขั้นตอนที่ 3: คัดเลือกและคัดกรองอาสาสมัคร

เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ศูนย์วิจัยที่รับผิดชอบโครงการจะรับสมัครและคัดกรองอาสาสมัครตามโปรโตคอล แพทย์และนักวิจัยของศูนย์วิจัยดูแลให้อาสาสมัครทุกคนได้รับข้อมูลครบถ้วน ลงนามยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร และผ่านการคัดกรองสุขภาพก่อนเข้าร่วม ขนาดกลุ่มตัวอย่างของการศึกษานำร่องมักเล็กกว่าการศึกษาหลัก แต่ต้องเพียงพอต่อการประเมินความเป็นไปได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ ส่วนวิสไบโอประสานกำหนดการและความพร้อมของโครงการระหว่างผู้สนับสนุนโครงการกับศูนย์วิจัย

ขั้นตอนที่ 4: ดำเนินการศึกษาและเก็บข้อมูล

อาสาสมัครได้รับผลิตภัณฑ์และมีการเก็บข้อมูลตามจุดเวลาที่กำหนดในโปรโตคอล โดยใช้เครื่องมือประเมินที่เหมาะกับประโยชน์ที่ต้องการศึกษา เช่น แบบสอบถามมาตรฐานที่ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรง (Validated Questionnaire) และตัวชี้วัดทางชีวเคมีที่สอดคล้องกับกลไกการออกฤทธิ์ของสมุนไพร ร่วมกับบันทึกการทนต่อผลิตภัณฑ์ (Tolerability Diary) และการบันทึกเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ (Adverse Events) ตลอดการศึกษา ผู้วิจัยของศูนย์วิจัยเป็นผู้ประเมินและดูแลความปลอดภัยของอาสาสมัคร ส่วนวิสไบโอติดตามความก้าวหน้าและความครบถ้วนของข้อมูลในฐานะผู้บริหารโครงการ

ขั้นตอนที่ 5: วิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำรายงาน

ข้อมูลทั้งหมดวิเคราะห์ทางสถิติตามแผนที่กำหนดไว้ล่วงหน้า และสรุปเป็นรายงานการศึกษานำร่องฉบับสมบูรณ์ ซึ่งระบุผลด้านความเป็นไปได้ ค่าประมาณขนาดผลเบื้องต้น ข้อมูลความปลอดภัย และข้อเสนอแนะสำหรับการออกแบบการศึกษาหลัก วิสไบโอประสานงานการวิเคราะห์และส่งมอบรายงานให้ผู้สนับสนุนโครงการ รายงานนี้ใช้เพื่อตัดสินใจและวางแผนการศึกษาขั้นต่อไป ไม่ใช่หลักฐานยืนยันประสิทธิภาพสำหรับการกล่าวอ้างทางการตลาด

ผลิตภัณฑ์สุขภาพจากสมุนไพรที่เหมาะกับการศึกษานำร่อง

บริการนี้ออกแบบมาสำหรับผลิตภัณฑ์สุขภาพจากสมุนไพรที่ต้องการสร้างข้อมูลทางคลินิกเบื้องต้น ตัวอย่างประเภทสารที่เหมาะสมมีดังนี้

ประเภทสารรูปแบบผลิตภัณฑ์
ขมิ้นชัน (Curcuma longa) สารสกัดเคอร์คูมินแคปซูล ผง
ใบบัวบก (Centella asiatica)แคปซูล ผง ของเหลว
มะขามป้อม (Phyllanthus emblica)แคปซูล ผง น้ำสกัด
กระชายดำ (Kaempferia parviflora)แคปซูล ผง
สูตรผสมสมุนไพร (Combination Herbal Formula) เช่น ใบบัวบกร่วมกับขมิ้นชันแคปซูล ผง เครื่องดื่มพร้อมดื่ม (RTD)

ประโยชน์ทางธุรกิจจากการศึกษานำร่องทางคลินิก

การศึกษานำร่องไม่ได้เป็นเพียงขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์ แต่เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้แบรนด์สมุนไพรสร้างหลักฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อมูลสำคัญก่อนลงทุนในการศึกษาขนาดใหญ่

การศึกษานำร่องช่วยให้เจ้าของแบรนด์ได้ข้อมูลสำคัญก่อนลงทุนในการศึกษาขนาดใหญ่ ได้แก่ ขนาดผลเบื้องต้นซึ่งต้องตีความอย่างระมัดระวัง ความเป็นไปได้ในการรับสมัครอาสาสมัคร การทนต่อผลิตภัณฑ์ และปัญหาในการปฏิบัติตามโปรโตคอลที่ควรแก้ไขก่อนขยายขนาด

ข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการเจรจาเชิงธุรกิจ

ข้อมูลเบื้องต้นจากการศึกษานำร่องใช้ประกอบการเจรจากับพันธมิตรทางธุรกิจ นักลงทุน และช่องทางจำหน่ายที่ต้องการเห็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ระดับต้นก่อนตัดสินใจลงทุนในการศึกษาขนาดใหญ่ โดยต้องสื่อสารให้ชัดเจนว่าเป็นผลการศึกษานำร่อง

ข้อมูลที่เป็นของแบรนด์เองและความได้เปรียบในการแข่งขัน

ข้อมูลจากการศึกษานำร่องเป็นข้อมูลของแบรนด์เอง (Proprietary Data) ที่คู่แข่งลอกเลียนได้ยาก และเป็นสินทรัพย์ข้อมูลที่มีมูลค่าในระยะยาวเมื่อนำไปต่อยอดเป็นการศึกษาหลัก

เส้นทางสู่การศึกษาหลักที่มีประสิทธิภาพ

รายงานการศึกษานำร่องที่ดีช่วยให้ออกแบบการศึกษาหลักได้แม่นยำขึ้น และลดโอกาสที่การศึกษาขนาดใหญ่จะล้มเหลวเพราะกำลังทางสถิติไม่พอ (Underpowered) หรือเพราะโปรโตคอลไม่เหมาะสม

เงื่อนไขก่อนเริ่มการศึกษา

  1. ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตจาก อย. แล้วเริ่มการศึกษาได้ตามขั้นตอนปกติ ส่วนสูตรที่ยังไม่ได้รับอนุญาตและผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ ผู้สนับสนุนโครงการ ศูนย์วิจัย และวิสไบโอจะตรวจสอบข้อกำหนดของ อย. และเงื่อนไขทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แล้ววางแผนร่วมกันเป็นรายกรณีก่อนเริ่มการศึกษา
  2. วิสไบโอและศูนย์วิจัยออกแบบแผนการศึกษานำร่องให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์และวัตถุประสงค์ของแต่ละรายการโดยเฉพาะ
  3. การศึกษาทุกโครงการต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ก่อนเริ่มทุกกรณี

ต่อยอดจากการทดสอบในห้องปฏิบัติการสู่การศึกษาในอาสาสมัคร

สำหรับแบรนด์ที่ต้องการสร้างหลักฐานครบทุกระดับ วิสไบโอรองรับตั้งแต่การทดสอบฤทธิ์ในระดับเซลล์ (In Vitro) และแบบจำลองนอกร่างกาย (Ex Vivo) ไปจนถึงการศึกษานำร่องทางคลินิกและการศึกษาทางคลินิกขนาดใหญ่ในอาสาสมัคร สำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร วิสไบโอยังมีบริการวิเคราะห์ปริมาณสารสำคัญ เช่น เคอร์คูมินอยด์ในขมิ้นชัน และสารสำคัญในกระชายดำ ซึ่งช่วยยืนยันองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการศึกษา ทั้งนี้หลัก GCP ใช้กับการศึกษาในมนุษย์ ส่วนงานในห้องปฏิบัติการดำเนินตามวิธีทดสอบของแต่ละรายการ การวางแผนหลักฐานทุกระดับกับผู้ประสานงานรายเดียวช่วยให้ข้อมูลแต่ละขั้นสอดคล้องกันและไม่เกิดช่องว่าง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Pilot Clinical Trial ผลิตภัณฑ์สมุนไพร

การศึกษานำร่องทางคลินิก (Pilot Clinical Trial) คืออะไร

การศึกษานำร่องทางคลินิกคือการศึกษาขนาดเล็กในอาสาสมัครที่ใช้ทดสอบความเป็นไปได้ของวิธีการและขั้นตอนก่อนลงทุนในการศึกษาขนาดใหญ่ เช่น อัตราการรับสมัครอาสาสมัคร การทนต่อผลิตภัณฑ์ และความเหมาะสมของโปรโตคอล และให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับขนาดผลและความแปรปรวนของตัวชี้วัด

การศึกษานำร่องต่างจากการศึกษาทางคลินิกขนาดใหญ่อย่างไร

การศึกษานำร่องมีวัตถุประสงค์หลักด้านความเป็นไปได้ ขนาดกลุ่มตัวอย่างจึงกำหนดให้เพียงพอต่อวัตถุประสงค์นั้น ไม่ได้คำนวณเพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพ ส่วนการศึกษาหลักต้องมีขนาดกลุ่มตัวอย่างที่มีกำลังทางสถิติเพียงพอ ซึ่งคำนวณโดยใช้ข้อมูลจากการศึกษานำร่องประกอบ

ผลการศึกษานำร่องใช้กล่าวอ้างทางการตลาดได้หรือไม่

รายงานการศึกษานำร่องมีไว้ใช้ตัดสินใจและวางแผนการศึกษาขั้นต่อไป ค่าประมาณขนาดผลจากกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็กอาจคลาดเคลื่อน จึงไม่ใช่หลักฐานยืนยันประสิทธิภาพสำหรับการกล่าวอ้างทางการตลาด ข้อมูลเบื้องต้นใช้ประกอบการเจรจากับพันธมิตรหรือนักลงทุนได้ โดยต้องระบุชัดว่าเป็นผลการศึกษานำร่อง

การศึกษานำร่องวัดผลอะไรบ้าง

ตัวชี้วัดหลักเป็นด้านความเป็นไปได้ เช่น อัตราการรับสมัครและการคงอยู่ในการศึกษา ส่วนตัวชี้วัดรองทางคลินิกเลือกให้ตรงกับประโยชน์ที่ต้องการศึกษา เช่น แบบสอบถามมาตรฐานที่ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรง และตัวชี้วัดทางชีวเคมีที่สอดคล้องกับกลไกของสมุนไพร ร่วมกับบันทึกการทนต่อผลิตภัณฑ์และการบันทึกเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์

วิสไบโอทำหน้าที่อะไร และใครดูแลอาสาสมัคร

วิสไบโอออกแบบโครงการ บริหารและประสานงานการศึกษาร่วมกับเครือข่ายศูนย์วิจัยทางคลินิกและโรงพยาบาลพันธมิตรหลายแห่ง ส่วนการคัดเลือกและดูแลอาสาสมัครดำเนินการโดยแพทย์และนักวิจัยของศูนย์วิจัยที่รับผิดชอบโครงการ

ต้องเตรียมอะไรก่อนเริ่มโครงการ

ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตจาก อย. แล้วเริ่มการศึกษาได้ตามขั้นตอนปกติ ส่วนสูตรที่ยังไม่ได้รับอนุญาตและผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ ผู้สนับสนุนโครงการ ศูนย์วิจัย และวิสไบโอจะตรวจสอบข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องและวางแผนร่วมกันเป็นรายกรณี แผนการศึกษานำร่องจะออกแบบให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์และวัตถุประสงค์ของแต่ละรายการ และทุกโครงการต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ก่อนเริ่ม

ปรึกษาการศึกษานำร่องกับวิสไบโอ

สนใจบริการออกแบบและบริหารการศึกษานำร่องทางคลินิกสำหรับผลิตภัณฑ์สุขภาพจากสมุนไพรของท่าน ติดต่อวิสไบโอเพื่อรับคำปรึกษาเบื้องต้นฟรีได้ทางช่องทางต่อไปนี้

ดูบริการทดสอบทางคลินิกทั้งหมดได้ที่หน้าบริการทดสอบทางคลินิกของวิสไบโอ

ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการศึกษาทางคลินิก

  • บทบาทของวิสไบโอ: วิสไบโอออกแบบโครงการ บริหารและประสานงานการศึกษา (Project Management และ Project Coordination) ร่วมกับเครือข่ายศูนย์วิจัยทางคลินิกและโรงพยาบาลพันธมิตรหลายแห่ง รองรับผู้สนับสนุนโครงการทั้งในไทยและต่างประเทศ การคัดเลือกและดูแลอาสาสมัครดำเนินการโดยแพทย์และนักวิจัยของศูนย์วิจัยที่รับผิดชอบโครงการ
  • จริยธรรมการวิจัย: การศึกษาในมนุษย์ทุกโครงการเริ่มได้หลังได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ และดำเนินการตามหลักการปฏิบัติการวิจัยทางคลินิกที่ดี (Good Clinical Practice: GCP) อาสาสมัครทุกคนลงนามยินยอมหลังได้รับข้อมูลครบถ้วน
  • ผลิตภัณฑ์ยาและยาสมุนไพร: การศึกษาต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์นั้น ผู้สนับสนุนโครงการ ศูนย์วิจัย และวิสไบโอวางแผนขั้นตอนเหล่านี้ร่วมกันตั้งแต่ต้นโครงการ
  • การนำผลไปใช้: ผลการศึกษาเป็นข้อมูลประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการสื่อสารที่มีหลักฐานรองรับ การนำไปใช้บนฉลากหรือในโฆษณาต้องเป็นไปตามกฎหมายของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท และขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อกฎหมายกำหนด วิสไบโอไม่รับประกันผลการศึกษาหรือผลการพิจารณาของหน่วยงานรัฐ
  • อาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร: ผลการศึกษาไม่ใช่การรับรองว่าผลิตภัณฑ์ใช้วินิจฉัย บำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรค
  • ระยะเวลาดำเนินการ: ขึ้นกับรูปแบบการศึกษาและขั้นตอนการอนุมัติ สอบถามเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง

เอกสารอ้างอิง:

  1. Chainani-Wu, N. (2003). Safety and anti-inflammatory activity of curcumin: A component of tumeric (Curcuma longa). Journal of Alternative and Complementary Medicine, 9(1), 161–168. https://doi.org/10.1089/107555303321223035
  2. Gohil, K. J., Patel, J. A., & Gajjar, A. K. (2010). Pharmacological review on Centella asiatica: A potential herbal cure-all. Indian Journal of Pharmaceutical Sciences, 72(5), 546–556. https://doi.org/10.4103/0250-474X.78519
  3. Thabane, L., Ma, J., Chu, R., Cheng, J., Ismaila, A., Rios, L. P., Robson, R., Thabane, M., Giangregorio, L., & Goldsmith, C. H. (2010). A tutorial on pilot studies: The what, why and how. BMC Medical Research Methodology, 10, Article 1. https://doi.org/10.1186/1471-2288-10-1