
ยา OTC (Over-the-Counter) คือยาที่ผู้บริโภคซื้อได้เองโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ และวางจำหน่ายในร้านขายยาหรือห้างสรรพสินค้าแล้วแต่ประเภทของยา ยา OTC ชนิดรับประทานมีหลายรูปแบบ ได้แก่ ยาน้ำ ยาอม ยาเม็ด ยาแคปซูล และยาผงชงละลาย การวิจัยและทดสอบทางคลินิกยา OTC (Clinical Trial) คือการศึกษาในผู้เข้าร่วมภายใต้สภาวะที่ควบคุม เพื่อวัดทั้งผลของยาตามข้อบ่งใช้และความยอมรับของผู้ใช้ต่อรูปแบบยาเมื่อใช้จริง
ความสำเร็จทางการตลาดของยา OTC ขึ้นกับสองเรื่องที่ควรมีข้อมูลจากการศึกษาทางคลินิกรองรับ คือ ประสิทธิภาพตามข้อบ่งใช้ (Clinical Efficacy) และความยอมรับของผู้ใช้ต่อยา (Drug Acceptability) ยาที่ได้ผลดีแต่รับประทานยากอาจถูกหยุดใช้ก่อนครบตามที่แนะนำ ส่วนยาที่รับประทานง่ายแต่ไม่ได้ผลตามที่ผู้ใช้คาดหวังก็ไม่เกิดการซื้อซ้ำ
บริษัท วิสไบโอ จำกัด ให้บริการออกแบบโครงการ บริหารและประสานงานการศึกษาทางคลินิก (Project Management และ Project Coordination) สำหรับยา OTC ชนิดรับประทาน ร่วมกับเครือข่ายศูนย์วิจัยทางคลินิกและโรงพยาบาลพันธมิตรหลายแห่ง โดยออกแบบโปรโตคอลการวิจัย (Protocol) ให้ประเมินประสิทธิภาพตามข้อบ่งใช้ ความยอมรับต่อรูปแบบยา และการติดตามเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ (Adverse Event Monitoring) ได้ในการศึกษาเดียว ตามหลักการปฏิบัติการวิจัยทางคลินิกที่ดี (Good Clinical Practice: GCP) ตามแนวทาง ICH E6 และรองรับผู้สนับสนุนโครงการทั้งในไทยและต่างประเทศ
ยา OTC กับทะเบียนตำรับยา: ทะเบียนครอบคลุมอะไร และข้อมูลใดที่ควรศึกษาเพิ่ม
คำว่า OTC ไม่ใช่ประเภทยาตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 ยาที่ผู้บริโภคซื้อได้เองแบ่งเป็นหลายประเภทตามกฎหมาย เช่น ยาสามัญประจำบ้าน และยาอันตรายที่เภสัชกรเป็นผู้จ่ายในร้านขายยา ประเภทของยามีผลต่อทั้งสถานที่ขายและข้อจำกัดในการโฆษณา ผู้ผลิตจึงควรนำเรื่องนี้มาพิจารณาตั้งแต่ขั้นวางแผนการศึกษา
การขึ้นทะเบียนตำรับยากับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ภายใต้พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 เป็นการพิจารณาทั้งคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพของยาตามข้อบ่งใช้ที่ยื่นขอ ยาใหม่ต้องมีข้อมูลการศึกษาทางคลินิกประกอบ ส่วนยาสามัญใช้ข้อมูลที่แสดงว่าเทียบเท่ากับยาต้นแบบตามเกณฑ์ของ อย. ยาที่ได้ทะเบียนแล้วจึงมีสรรพคุณตามที่ได้รับอนุมัติไว้ในทะเบียนตำรับยา
สิ่งที่ทะเบียนตำรับยาไม่ได้บอก คือผู้ใช้จะยอมรับรสชาติ ขนาด และรูปแบบของยาหรือไม่ และจะใช้ยาครบตามที่ฉลากแนะนำหรือไม่เมื่อใช้เองในชีวิตประจำวัน ผู้ผลิตที่ต้องการข้อมูลเหล่านี้ หรือต้องการสื่อสารผลของยาอย่างเฉพาะเจาะจงบนฉลากหรือในสื่อโฆษณา ควรมีข้อมูลทางคลินิกของตำรับตนเองรองรับ โดยข้อความนั้นต้องอยู่ในขอบเขตสรรพคุณที่ได้รับอนุมัติในทะเบียนตำรับยา การเพิ่มสรรพคุณใหม่ต้องยื่นขอแก้ไขทะเบียนตำรับยาพร้อมข้อมูลสนับสนุนและได้รับอนุมัติจาก อย. ก่อน การโฆษณายาต้องได้รับอนุมัติข้อความโฆษณาจาก อย. ก่อนเผยแพร่ และยาบางประเภท เช่น ยาอันตรายและยาควบคุมพิเศษ โฆษณาสรรพคุณต่อประชาชนทั่วไปไม่ได้
ทำไมต้องประเมินประสิทธิภาพและความยอมรับคู่กัน
Hauber et al. (2024) ทบทวนงานวิจัย 19 เรื่องเกี่ยวกับความยอมรับและความชอบของผู้ป่วยต่อยารับประทานรูปแบบของแข็ง เช่น ยาเม็ดและยาแคปซูล แล้วจัดคุณลักษณะของยาที่ผู้ป่วยให้ความสำคัญเป็น 4 ด้าน ได้แก่ รูปลักษณ์ (Appearance) ความสะดวกในการกลืน (Swallowability) ความน่ารับประทาน (Palatability) และความสะดวกในการหยิบจับ (Handling) โดยความสะดวกในการกลืนและขนาดของยาเป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่ควรพิจารณาเมื่อออกแบบตำรับ ผู้วิจัยระบุด้วยว่าแม้เป็นที่เข้าใจกันทั่วไปว่าความยอมรับของยามีผลต่อความต่อเนื่องในการใช้ยา แต่งานที่วัดผลของคุณลักษณะเหล่านี้ต่อพฤติกรรมการใช้ยาโดยตรงยังมีไม่มาก
ในทางปฏิบัติ ถ้ายาได้ผลดีแต่ผู้ใช้ไม่ยอมรับรสชาติและหยุดใช้ก่อนครบตามที่แนะนำ ประสิทธิภาพที่วัดได้ก็ไม่เกิดเป็นผลลัพธ์จริง ในทางกลับกัน ยาที่ผู้ใช้ยอมรับและใช้ครบแต่ไม่ได้ผลตามข้อบ่งใช้ก็ไม่สร้างความพึงพอใจในระยะยาว การประเมินทั้งสองด้านในการศึกษาเดียวจึงให้ข้อมูลที่ครบกว่าสำหรับการพัฒนาและการสื่อสารผลิตภัณฑ์ยา OTC
จุดประเมินผลหลักในการศึกษา
วิสไบโอออกแบบโปรโตคอลร่วมกับผู้วิจัยให้ครอบคลุมจุดประเมิน (Endpoint) 3 กลุ่มในการศึกษาเดียว สัดส่วนและความสำคัญของแต่ละกลุ่มขึ้นกับกลุ่มยาและคำกล่าวอ้างที่ต้องการสนับสนุน
| กลุ่มจุดประเมิน | ตัวอย่างเครื่องมือประเมิน | วัตถุประสงค์ |
|---|---|---|
| ประสิทธิภาพตามข้อบ่งใช้ (Clinical Efficacy) | คะแนนอาการ มาตรวัดความเจ็บปวด (Visual Analogue Scale: VAS) และค่าทางสรีรวิทยา | วัดผลของยาตามข้อบ่งใช้ |
| ความยอมรับต่อยา (Drug Acceptability) | มาตรวัดความน่ารับประทาน (Palatability Scale) และคะแนนความสะดวกในการกลืน (Swallowability Score) | วัดว่าผู้ใช้ยอมรับรูปแบบยาหรือไม่ |
| ความร่วมมือในการใช้ยาและความปลอดภัย (Adherence and Safety) | การนับยาที่เหลือ (Pill Count) บันทึกประจำวัน และการติดตามเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่จัดรหัสด้วยพจนานุกรม MedDRA | วัดพฤติกรรมการใช้ยาจริงและติดตามความปลอดภัย |
การวัดความยอมรับต้องกำหนดนิยามและเกณฑ์ให้ชัดตั้งแต่ขั้นออกแบบ Ranmal et al. (2018) ทบทวนอย่างเป็นระบบจากงานวิจัย 68 เรื่องเกี่ยวกับความยอมรับของยารับประทานในเด็กและผู้สูงอายุ พบว่าแต่ละงานใช้ผู้เข้าร่วม สถานที่ศึกษา เครื่องมือ นิยามของความยอมรับ และเกณฑ์ตัดสินแตกต่างกันมาก และยังไม่มีมาตรฐานกลาง ตัวอย่างการศึกษาที่กำหนดนิยามไว้ชัดเจนคือการศึกษาแบบสุ่มและสลับกลุ่ม (Randomized Cross-over Study) ของ Bosse et al. (2026) ซึ่งเปรียบเทียบยาหลอก 4 รูปแบบ ได้แก่ ยาเม็ดเคลือบฟิล์ม ยาเม็ดละลายในปาก แผ่นฟิล์มละลายในปาก และเจล ในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis) โดยกำหนดให้ความยอมรับเป็นคะแนนรวมของความสะดวกในการกลืนที่ผู้วิจัยประเมิน และความน่ารับประทานที่ผู้ป่วยประเมินเอง
จุดประเมินประสิทธิภาพตามกลุ่มยา
จุดประเมินประสิทธิภาพ (Efficacy Endpoint) จำเพาะตามข้อบ่งใช้ของยาแต่ละกลุ่ม วิสไบโอและผู้วิจัยกำหนดจุดประเมินให้สอดคล้องกับคำกล่าวอ้างที่ผู้ประกอบการต้องการพิสูจน์ ตัวอย่างจุดประเมินที่ใช้ในงานวิจัยระดับสากลมีดังนี้
| กลุ่มยา | ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ | จุดประเมินประสิทธิภาพหลัก |
|---|---|---|
| ยาบรรเทาปวด (Analgesic) | ยาเม็ดหรือยาน้ำแก้ปวด ยาอมบรรเทาเจ็บคอ | คะแนนความเจ็บปวด (VAS Pain Score, Numeric Rating Scale: NRS) และเวลาที่อาการปวดลดลง |
| ยาแก้ไอและยาละลายเสมหะ (Antitussive/Expectorant) | ยาน้ำแก้ไอ ยาอมแก้ไอ | แบบประเมินอาการไอ (Leicester Cough Questionnaire) และความถี่ของการไอ |
| ยาลดไข้ (Antipyretic) | ยาน้ำลดไข้ ยาเม็ดลดไข้ | อุณหภูมิร่างกาย (°C) และเวลาที่ไข้ลดลง |
| ยาแก้แพ้ (Antihistamine) | ยาเม็ดแก้แพ้ ยาน้ำแก้แพ้ | คะแนนอาการทางจมูก (Total Nasal Symptom Score: TNSS) และแบบประเมินคุณภาพชีวิตผู้มีอาการแพ้ทางจมูกและตา (Rhinoconjunctivitis Quality of Life Questionnaire: RQLQ) |
| ยาบรรเทาอาการระบบทางเดินอาหาร | ยาธาตุน้ำแดง ยาเม็ดบรรเทาอาการท้องอืดหรือท้องเสีย | คะแนนรวมอาการทางเดินอาหาร (GI Symptom Composite Score) และแผนภูมิรูปแบบอุจจาระบริสตอล (Bristol Stool Form Scale) |
การศึกษาประสิทธิภาพของยากลุ่มเหล่านี้ทำในผู้ที่มีอาการตามข้อบ่งใช้ของยา เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ อาการแพ้ทางจมูก หรือท้องเสีย แพทย์และนักวิจัยของศูนย์วิจัยหรือโรงพยาบาลพันธมิตรเป็นผู้คัดกรอง ประเมินอาการ และดูแลผู้เข้าร่วมตลอดการศึกษา วิสไบโอกำหนดจุดประเมินร่วมกับผู้ประกอบการและผู้วิจัยในขั้นออกแบบโปรโตคอล ตามคำกล่าวอ้างและกลุ่มเป้าหมายของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด
ขั้นตอนการศึกษากับวิสไบโอและศูนย์วิจัยพันธมิตร
การศึกษาทุกโครงการดำเนินตามหลัก GCP วิสไบโอทำหน้าที่ออกแบบโครงการ บริหาร และประสานงานการศึกษา ส่วนการคัดเลือก การตรวจประเมิน และการดูแลผู้เข้าร่วมดำเนินการโดยแพทย์และนักวิจัยของศูนย์วิจัยที่รับผิดชอบโครงการ
ขั้นตอนที่ 1: ปรึกษาและออกแบบโปรโตคอล
วิสไบโอวิเคราะห์คุณสมบัติของยา สรรพคุณที่ได้รับอนุมัติ (หรือข้อบ่งใช้ที่วางแผนไว้สำหรับตำรับที่อยู่ระหว่างพัฒนา) และรูปแบบผลิตภัณฑ์ (ยาน้ำ ยาอม ยาเม็ด ยาแคปซูล หรือยาผงชงละลาย) ร่วมกับผู้วิจัยของศูนย์วิจัย เพื่อกำหนดจุดประเมินประสิทธิภาพตามข้อบ่งใช้ จุดประเมินความยอมรับ และแผนติดตามเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ ขั้นตอนนี้ครอบคลุมการเลือกรูปแบบการศึกษา (Study Design) การกำหนดเกณฑ์คัดเข้าและคัดออก (Inclusion/Exclusion Criteria) และการประมาณขนาดกลุ่มตัวอย่าง (Sample Size Estimation) ให้มีกำลังทางสถิติเพียงพอ
ขั้นตอนที่ 2: ขออนุมัติจริยธรรมและวางแผนตามข้อกำหนดของ อย.
ก่อนเริ่มเก็บข้อมูลใด ๆ โปรโตคอลและเอกสารชี้แจงเพื่อขอความยินยอม (Informed Consent) ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (Institutional Review Board: IRB) ทุกกรณี วิสไบโอประสานการจัดเตรียมเอกสารร่วมกับผู้วิจัย และติดตามการปรับแก้ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการจนได้รับอนุมัติ ในขั้นนี้ผู้สนับสนุนโครงการ ศูนย์วิจัย และวิสไบโอยังตรวจสอบข้อกำหนดของ อย. ที่เกี่ยวข้องกับยาที่ใช้ในการศึกษา และวางแผนขั้นตอนที่ต้องดำเนินการร่วมกันตั้งแต่ต้นโครงการ
ขั้นตอนที่ 3: คัดเลือกผู้เข้าร่วมและดำเนินการศึกษา
เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว แพทย์และนักวิจัยของศูนย์วิจัยที่รับผิดชอบโครงการจะรับสมัครและคัดกรองอาสาสมัครหรือผู้ป่วยตามเกณฑ์ในโปรโตคอล ผู้เข้าร่วมทุกคนได้รับข้อมูลครบถ้วนและลงนามยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเข้าร่วม จากนั้นผู้เข้าร่วมได้รับยาตามกลุ่มที่กำหนด และได้รับการประเมินทั้งด้านประสิทธิภาพ (เช่น คะแนน VAS คะแนนอาการ หรือค่าทางสรีรวิทยาตามข้อบ่งใช้) และด้านความยอมรับ (มาตรวัดความน่ารับประทานและคะแนนความสะดวกในการกลืน) ควบคู่กับการบันทึกเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ตลอดการศึกษา แพทย์ผู้วิจัยเป็นผู้ดูแลความปลอดภัยของผู้เข้าร่วม ส่วนวิสไบโอประสานกำหนดการ ติดตามความก้าวหน้า และดูแลความครบถ้วนของข้อมูลในฐานะผู้บริหารโครงการ
ขั้นตอนที่ 4: วิเคราะห์ข้อมูล
ข้อมูลวิเคราะห์ด้วยวิธีทางสถิติที่เหมาะกับรูปแบบการศึกษา เช่น การวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วม (ANCOVA) แบบจำลองผลผสม (Mixed-effects Model) และการวิเคราะห์จุดประเมินแบบรวม (Composite Endpoint Analysis) วิสไบโอประสานงานการจัดการข้อมูลและการวิเคราะห์ ผลที่ได้ครอบคลุมทั้งผลด้านประสิทธิภาพ คะแนนความยอมรับ อัตราการใช้ยาตามที่กำหนด (Adherence Rate) และสรุปเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์
ขั้นตอนที่ 5: จัดทำรายงานและส่งมอบ
จัดทำรายงานการศึกษาทางคลินิก (Clinical Study Report: CSR) ตามโครงสร้างของแนวทาง ICH E3 พร้อมสรุปผลทั้งด้านประสิทธิภาพและความยอมรับ รายงานเป็นข้อมูลประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการสื่อสารที่มีหลักฐานรองรับ ภายใต้เงื่อนไขทางกฎหมายที่กล่าวไว้ในหัวข้อทะเบียนตำรับยา
รูปแบบยารับประทานที่เหมาะกับบริการนี้
บริการนี้ออกแบบมาสำหรับยา OTC ชนิดรับประทานในรูปแบบต่าง ๆ แต่ละรูปแบบมีจุดประเมินประสิทธิภาพและความยอมรับที่เหมาะสมต่างกัน
| รูปแบบผลิตภัณฑ์ | ตัวอย่างในตลาด | ตัวอย่างจุดประเมินประสิทธิภาพ |
|---|---|---|
| ยาน้ำ (Oral Liquid) | ยาน้ำแก้ไอ ยาน้ำลดไข้ | ความถี่ของการไอ (Cough Frequency) และอุณหภูมิร่างกาย |
| ยาอม (Lozenge/Troche) | ยาอมแก้เจ็บคอ ยาอมบรรเทาปวด | คะแนนอาการเจ็บคอ (VAS Throat Pain Score) และเวลาที่อาการดีขึ้น |
| ยาเม็ดและยาเม็ดเคลือบ (Tablet) | ยาเม็ดบรรเทาปวด ยาแก้แพ้ | คะแนนความเจ็บปวด (VAS Pain Score) และ TNSS |
| ยาแคปซูล (Capsule) | ยาแคปซูลบรรเทาอาการ | คะแนนรวมอาการ (Symptom Composite Score) |
| ยาผงชงละลาย (Powder for Oral Solution) | ยาผงละลายน้ำ ผงเกลือแร่ | คะแนนการบรรเทาอาการ (Symptom Relief Score) และตัวชี้วัดภาวะน้ำในร่างกาย (Hydration Status) |
ระดับการศึกษาและสิ่งที่ผู้สนับสนุนโครงการได้รับ
วิสไบโอรายงานผลการศึกษาครบทุกด้าน ตั้งแต่ผลด้านประสิทธิภาพและคะแนนความน่ารับประทาน ไปจนถึงเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ทั้งหมดที่พบ การรายงานครบถ้วนทำให้ผลการศึกษาน่าเชื่อถือสำหรับผู้ที่ต้องใช้ข้อมูล ทั้งคู่ค้า บุคลากรทางการแพทย์ และผู้บริโภค
| ผู้ใช้ข้อมูล | ประโยชน์ที่ได้รับ |
|---|---|
| เจ้าของผลิตภัณฑ์ | รายงาน CSR ตามโครงสร้างของแนวทาง ICH E3 ใช้ประกอบการพัฒนาตำรับ และใช้เป็นเอกสารประกอบเมื่อยื่นขออนุมัติข้อความโฆษณาในขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต ผลการพิจารณาเป็นอำนาจของ อย. |
| ผู้บริโภคและบุคลากรทางการแพทย์ | ข้อมูลที่วัดจริงทั้งด้านประสิทธิภาพและความยอมรับของยา |
| คู่ค้าต่างประเทศ | ข้อมูลประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่ตรวจสอบได้ ใช้เป็นส่วนหนึ่งของเอกสารเตรียมขึ้นทะเบียนหรือเจรจากับคู่ค้า ซึ่งแต่ละประเทศมีข้อกำหนดของตนเอง |
| ระดับการศึกษา | รายละเอียด | ระดับงบประมาณ (เปรียบเทียบ) |
|---|---|---|
| การศึกษาความยอมรับ (Acceptability Study) | ประเมินความน่ารับประทานและความสะดวกในการกลืน | ●●○○○ |
| การศึกษาประสิทธิภาพ (Efficacy Study) | จุดประเมินทางคลินิกตามข้อบ่งใช้ | ●●●○○ |
| ประเมินทั้งสองด้าน (Combined Efficacy and Acceptability) | ประเมินครบทั้งสองด้านพร้อมติดตามเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ | ●●●●○ |
| การวิจัยทางคลินิกครบวงจรพร้อมรายงาน CSR (Full Clinical Trial and CSR) | ครบทุกจุดประเมินพร้อมรายงานตามโครงสร้างของแนวทาง ICH E3 | ●●●●● |
ทุกระดับดำเนินตามหลัก GCP ตามแนวทาง ICH E6 ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาขึ้นกับรูปแบบการศึกษาและขั้นตอนการอนุมัติ สอบถามเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ยาและต้องการวัดความพึงพอใจของผู้บริโภคเป็นหลัก ดูบริการทดสอบความพึงพอใจของผู้บริโภค
เงื่อนไขก่อนเริ่มการศึกษา
- การศึกษาประสิทธิภาพของยาที่วางจำหน่ายแล้วต้องใช้ยาที่ขึ้นทะเบียนตำรับกับ อย. ภายใต้พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 แล้ว ส่วนการศึกษาความยอมรับของตำรับที่อยู่ระหว่างพัฒนา ผู้สนับสนุนโครงการ ศูนย์วิจัย และวิสไบโอจะพิจารณาขั้นตอนที่ต้องขออนุญาตร่วมกันเป็นรายกรณี สำหรับผลิตภัณฑ์ของผู้สนับสนุนโครงการจากต่างประเทศ วิสไบโอจะประเมินเงื่อนไขทางกฎหมายร่วมกับศูนย์วิจัยเป็นรายโครงการ
- วิสไบโอและศูนย์วิจัยออกแบบแผนการศึกษาให้เหมาะกับกลุ่มยาและคำกล่าวอ้างของแต่ละผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะ
- การศึกษาทุกโครงการต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ก่อนเริ่มทุกกรณี
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทดสอบทางคลินิกยา OTC
ยา OTC ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว ทำไมยังควรมีข้อมูลทางคลินิกเพิ่ม
ทะเบียนตำรับยาพิจารณาคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพตามข้อบ่งใช้ที่ได้รับอนุมัติ แต่ไม่ได้บอกว่าผู้ใช้จะยอมรับรสชาติ ขนาด และรูปแบบของยา หรือใช้ยาครบตามที่แนะนำหรือไม่ ข้อมูลทางคลินิกของตำรับตนเองช่วยตอบคำถามเหล่านี้ และช่วยให้สื่อสารผลได้อย่างมีหลักฐานภายในขอบเขตสรรพคุณที่ได้รับอนุมัติ
ความยอมรับของยาวัดอย่างไร
ใช้มาตรวัดความน่ารับประทาน (Palatability Scale) และคะแนนความสะดวกในการกลืน (Swallowability Score) ร่วมกับการนับยาที่เหลือและบันทึกประจำวันเพื่อดูการใช้ยาจริง นิยามและเกณฑ์ของความยอมรับต้องกำหนดไว้ในโปรโตคอลตั้งแต่ต้น เพราะงานวิจัยที่ผ่านมาใช้นิยามและเครื่องมือแตกต่างกันมาก
ใครเป็นผู้เข้าร่วมการศึกษา และใครดูแลผู้เข้าร่วม
ผู้เข้าร่วมอาจเป็นอาสาสมัครหรือผู้ที่มีอาการตามข้อบ่งใช้ของยา เช่น ไข้ ไอ หรือเจ็บคอ ตามเกณฑ์ในโปรโตคอล แพทย์และนักวิจัยของศูนย์วิจัยหรือโรงพยาบาลพันธมิตรเป็นผู้คัดกรองและดูแลผู้เข้าร่วม ส่วนวิสไบโอทำหน้าที่ออกแบบโครงการ บริหาร และประสานงานการศึกษาระหว่างผู้สนับสนุนโครงการกับศูนย์วิจัย
เลือกศึกษาเฉพาะความยอมรับได้หรือไม่
ได้ ระดับการศึกษามีตั้งแต่การศึกษาความยอมรับอย่างเดียว การศึกษาประสิทธิภาพ การประเมินทั้งสองด้าน ไปจนถึงการวิจัยทางคลินิกครบวงจรพร้อมรายงาน CSR ตามโครงสร้างของแนวทาง ICH E3
ใช้ผลการศึกษาในโฆษณายาได้เลยหรือไม่
ไม่ได้ทันที ข้อความโฆษณายาต้องอยู่ในขอบเขตสรรพคุณที่ได้รับอนุมัติในทะเบียนตำรับยา และต้องได้รับอนุมัติข้อความโฆษณาจาก อย. ก่อนเผยแพร่ ยาบางประเภท เช่น ยาอันตรายและยาควบคุมพิเศษ โฆษณาสรรพคุณต่อประชาชนทั่วไปไม่ได้ และวิสไบโอไม่รับประกันผลการศึกษาหรือผลการพิจารณาของหน่วยงานรัฐ
ต้องเตรียมอะไรก่อนเริ่มโครงการ
การศึกษาประสิทธิภาพต้องใช้ยาที่ขึ้นทะเบียนตำรับกับ อย. แล้ว ส่วนการศึกษาความยอมรับของตำรับที่อยู่ระหว่างพัฒนาและผลิตภัณฑ์ของผู้สนับสนุนโครงการจากต่างประเทศ จะพิจารณาขั้นตอนทางกฎหมายร่วมกับศูนย์วิจัยเป็นรายกรณี แผนการศึกษาจะออกแบบให้เหมาะกับกลุ่มยาและคำกล่าวอ้างของแต่ละผลิตภัณฑ์ และทุกโครงการต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ก่อนเริ่ม
ปรึกษาการศึกษาทางคลินิกยา OTC กับวิสไบโอ
สนใจออกแบบการศึกษาทางคลินิกสำหรับยา OTC ชนิดรับประทานของท่าน ติดต่อวิสไบโอเพื่อรับคำปรึกษาเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ทางช่องทางต่อไปนี้
- แบบฟอร์มติดต่อ: https://visbio.co.th/contact-us/
- LINE Official Account: @visbio
- อีเมล: service@visbio.co.th
- โทร: 098-635-4197
- ระยะเวลาดำเนินการ: สอบถามเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง
ดูบริการทดสอบทางคลินิกทั้งหมดได้ที่หน้าบริการทดสอบทางคลินิกของวิสไบโอ
ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการศึกษาทางคลินิก
- บทบาทของวิสไบโอ: วิสไบโอออกแบบโครงการ บริหารและประสานงานการศึกษา (Project Management และ Project Coordination) ร่วมกับเครือข่ายศูนย์วิจัยทางคลินิกและโรงพยาบาลพันธมิตรหลายแห่ง รองรับผู้สนับสนุนโครงการทั้งในไทยและต่างประเทศ การคัดเลือกและดูแลอาสาสมัครดำเนินการโดยแพทย์และนักวิจัยของศูนย์วิจัยที่รับผิดชอบโครงการ
- จริยธรรมการวิจัย: การศึกษาในมนุษย์ทุกโครงการเริ่มได้หลังได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ และดำเนินการตามหลักการปฏิบัติการวิจัยทางคลินิกที่ดี (Good Clinical Practice: GCP) อาสาสมัครทุกคนลงนามยินยอมหลังได้รับข้อมูลครบถ้วน
- ผลิตภัณฑ์ยาและยาสมุนไพร: การศึกษาต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์นั้น ผู้สนับสนุนโครงการ ศูนย์วิจัย และวิสไบโอวางแผนขั้นตอนเหล่านี้ร่วมกันตั้งแต่ต้นโครงการ
- การนำผลไปใช้: ผลการศึกษาเป็นข้อมูลประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการสื่อสารที่มีหลักฐานรองรับ การนำไปใช้บนฉลากหรือในโฆษณาต้องเป็นไปตามกฎหมายของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท และขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อกฎหมายกำหนด วิสไบโอไม่รับประกันผลการศึกษาหรือผลการพิจารณาของหน่วยงานรัฐ
- อาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร: ผลการศึกษาไม่ใช่การรับรองว่าผลิตภัณฑ์ใช้วินิจฉัย บำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรค
- ระยะเวลาดำเนินการ: ขึ้นกับรูปแบบการศึกษาและขั้นตอนการอนุมัติ สอบถามเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง
เอกสารอ้างอิง:
- Bosse, H. M., Karosaite, K., Kloft, C., Schütte, M., Pawlitzki, M., Albrecht, P., Chauhan, S., Gallou, I., Chabaud, S., Sawai, T., Tumuluri, H., Wargenau, M., Spitzhorn, L.-S., & Klingmann, V. (2026). A randomized, open, single-administration, cross-over study to investigate the acceptability, swallowability, palatability, and preference of different oral placebo formulations in patients with multiple sclerosis. Pharmaceutics, 18(3), 353. https://doi.org/10.3390/pharmaceutics18030353
- Hauber, B., Hand, M. V., Hancock, B. C., Zarrella, J., Harding, L., Ogden-Barker, M., Antipas, A. S., & Watt, S. J. (2024). Patient acceptability and preferences for solid oral dosage form drug product attributes: A scoping review. Patient Preference and Adherence, 18, 1281–1297. https://doi.org/10.2147/PPA.S443213
- Ranmal, S. R., O’Brien, F., Lopez, F., Ruiz, F., Orlu, M., Tuleu, C., Walsh, J., & Liu, F. (2018). Methodologies for assessing the acceptability of oral formulations among children and older adults: A systematic review. Drug Discovery Today, 23(4), 830–847. https://doi.org/10.1016/j.drudis.2018.01.038