การวิเคราะห์เนื้อสัมผัส (Texture Profile Analysis: TPA) คือการวัดความแข็ง ความเด้ง ความเหนียว และคุณลักษณะเนื้อสัมผัสอื่นให้เป็นตัวเลข ด้วยเครื่องวิเคราะห์เนื้อสัมผัส (Texture Analyzer) ที่กดอัดตัวอย่างสองครั้งติดกันเพื่อเลียนแบบการกัดของมนุษย์ ผลที่ได้เปรียบเทียบกันได้ระหว่างสูตร ระหว่างล็อต และระหว่างช่วงเวลาของการเก็บรักษา จึงใช้คู่กับการประเมินเนื้อสัมผัสด้วยความรู้สึกของผู้ทดสอบได้

ในตลาดขนมและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารระดับพรีเมียมของไทยและอาเซียน ผู้บริโภคและผู้ซื้อแบบองค์กรธุรกิจ (Business-to-Business: B2B) ตัดสินคุณภาพของผลิตภัณฑ์จากความรู้สึกของเนื้อสัมผัสในปาก (Mouthfeel) ก่อนจะตัดสินจากรสชาติหรือคุณค่าทางโภชนาการ ขนมที่กรอบในวันแรกแต่นิ่มในเดือนที่หก เม็ดเคี้ยวแบบนุ่ม (Soft Chew) ที่แข็งจนเคี้ยวยากเมื่อความชื้นระหว่างการเก็บรักษาเปลี่ยนไป เจลลี่ที่หมดความเด้งและกลายเป็นเนื้อนิ่มเหลว หรือกัมมี่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ติดกันเป็นก้อนในบรรจุภัณฑ์ คือสาเหตุที่ทำให้ตัวแทนการค้าปฏิเสธสินค้าทั้งล็อต และทำให้ผู้บริโภคไม่ซื้อซ้ำ

เนื้อสัมผัสไม่ใช่คุณลักษณะที่ประเมินได้ด้วยการสัมผัสเพียงอย่างเดียว แต่เป็นปริมาณทางวิทยาศาสตร์ที่บันทึกได้ด้วยเครื่องวิเคราะห์เนื้อสัมผัส ซึ่งจำลองการกัด การเคี้ยว และการกดด้วยนิ้วของมนุษย์ การวิเคราะห์ TPA ที่พัฒนาขึ้นในทศวรรษ 1960 ต่อยอดจากการจัดกลุ่มคุณลักษณะเนื้อสัมผัสของ Szczesniak (1963) และกลายเป็นภาษากลางที่นักวิทยาศาสตร์อาหาร ผู้พัฒนาสูตรของแบรนด์ ทีมขาย และผู้ซื้อแบบองค์กรธุรกิจใช้พูดถึงความกรอบ ความแข็ง ความเด้ง และความเหนียวเป็นตัวเลขที่ตรวจสอบได้

ห้องปฏิบัติการวิสไบโอให้บริการวิเคราะห์เนื้อสัมผัสด้วยเครื่องวิเคราะห์เนื้อสัมผัสร่วมกับห้องปฏิบัติการพันธมิตร ครอบคลุมขนมกรอบ กัมมี่ เม็ดเคี้ยว เจลลี่ ผลไม้อบแห้ง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบบเคี้ยว และเครื่องสำอางเนื้อกึ่งแข็ง ใช้ได้ทั้งในงานพัฒนาสูตร การตรวจปล่อยล็อต และการติดตามเนื้อสัมผัสระหว่างการทดสอบความคงตัว (Stability Test)

ทำไมเนื้อสัมผัสจึงกำหนดทั้งความรู้สึกในปาก (Mouthfeel) และอายุการเก็บรักษา (Shelf Life)

เนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องสำอางสะท้อนหลายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ในขนมกรอบทั้งแบบทอดและแบบอบ ความกรอบ (Crispness) ที่ลดลงในระยะยาวมักเกิดจากการดูดความชื้นของแป้งและโปรตีนในโครงสร้าง ทำให้โครงสร้างที่เคยแข็งและเปราะอ่อนตัวลง รูพรุนยุบตัว และเนื้อกลายเป็นนิ่ม ส่วนความแข็ง (Hardness) ที่เพิ่มขึ้นในขนมและกัมมี่มักเกิดจากการสูญเสียน้ำที่จับอยู่ในโครงข่ายเจล หรือจากปฏิกิริยาเมลลาร์ด (Maillard Reaction) ที่ทำให้เกิดพันธะเชื่อมโยงในโครงข่ายโปรตีน

ในเจลลี่และกัมมี่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ความเด้ง (Springiness) และความเหนียวยึด (Cohesiveness) เป็นดัชนีความคงตัวของโครงข่ายเพคตินหรือเจลาตินที่ใช้สร้างเจล ค่าทั้งสองที่ลดลงมักหมายถึงโครงข่ายไฮโดรคอลลอยด์ (Hydrocolloid) กำลังสลายตัวจาก pH ที่เปลี่ยน อุณหภูมิ หรือการเคลื่อนที่ของน้ำ ส่วนในขนมแบบเคี้ยว ความนุ่มเหนียว (Chewiness) ซึ่งคำนวณจากผลคูณของความแข็ง ความเหนียวยึด และความเด้ง มักใช้เป็นตัวเลขเดียวที่สรุปความรู้สึกขณะเคี้ยว

ในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สมุนไพรเนื้อกึ่งแข็ง การเปลี่ยนแปลงของเนื้อสัมผัสเป็นสัญญาณว่าระบบสูตรไม่คงตัว ยาหม่องที่นิ่มเกินไปอาจเหลวจนเสียรูปทรงระหว่างการขนส่งทางเรือไปประเทศเขตร้อน ลิปสติกที่แข็งและเปราะเกินไปอาจหักเมื่อหมุนใช้งาน และรองพื้นแบบอัดแข็ง (Pressed Foundation) ที่เปราะอาจแตกระหว่างการขนส่ง

ในมุมการกำกับดูแล ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้อยู่ภายใต้กฎหมายต่างฉบับกัน ได้แก่ พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 และพระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 เนื้อสัมผัสเป็นส่วนหนึ่งของลักษณะภายนอกที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ในข้อกำหนดเฉพาะ (Specification) เพื่อควบคุมคุณภาพ ผลิตภัณฑ์ที่เนื้อสัมผัสเปลี่ยนไปเกินเกณฑ์ที่กำหนดจึงถือเป็นข้อบกพร่องด้านคุณภาพ ส่วนในตลาดส่งออก ผู้ซื้อบางรายกำหนดช่วงการเปลี่ยนแปลงของความแข็ง (Hardness Drift) และความเหนียวยึด (Cohesiveness Drift) ที่ยอมรับได้ไว้ในข้อตกลงทางการค้า

หลักการของการวิเคราะห์เนื้อสัมผัสแบบกดอัดสองครั้ง (Two-Bite Test)

การวิเคราะห์ TPA เลียนแบบการกัดสองครั้งของมนุษย์ หัววัด (Probe) ของเครื่องวิเคราะห์เนื้อสัมผัสกดอัด (Compress) ตัวอย่างลงไปตามระยะที่กำหนด เช่น 50% หรือ 75% ของความสูงตัวอย่าง สองครั้งติดต่อกันโดยเว้นช่วงพักระหว่างครั้ง เครื่องบันทึกแรง (Force) ตามระยะ (Distance) และเวลา (Time) แล้วประมวลผลเป็นพารามิเตอร์เชิงปริมาณ 7 ค่าหลัก ดังนี้

  • ความแข็ง (Hardness): แรงสูงสุดของการกดครั้งแรก
  • ความเด้ง (Springiness): ระยะที่ตัวอย่างคืนตัวได้ก่อนการกดครั้งที่สอง
  • ความเหนียวยึด (Cohesiveness): อัตราส่วนของพื้นที่ใต้กราฟของการกดครั้งที่สองต่อพื้นที่ใต้กราฟของการกดครั้งแรก
  • ความเหนียวติด (Adhesiveness): พื้นที่ส่วนที่แรงมีค่าติดลบหลังการกดครั้งแรก ซึ่งเกิดจากตัวอย่างติดหัววัดขณะหัววัดยกขึ้น
  • Gumminess: ผลคูณของความแข็งกับความเหนียวยึด ใช้กับผลิตภัณฑ์กึ่งแข็ง
  • ความนุ่มเหนียว (Chewiness): ผลคูณของความแข็ง ความเหนียวยึด และความเด้ง ใช้กับผลิตภัณฑ์แข็ง
  • ความยืดหยุ่นทันที (Resilience): อัตราส่วนของพลังงานที่ตัวอย่างคืนกลับขณะหัววัดยกขึ้นต่อพลังงานที่ใช้กดในครั้งแรก

นอกจาก TPA ในทางวิชาการ เครื่องวิเคราะห์เนื้อสัมผัสยังใช้ทดสอบเฉพาะทางแบบอื่นได้เมื่อติดตั้งอุปกรณ์จับยึด (Fixture) ที่เหมาะสม เช่น การทดสอบดัดสามจุด (3-Point Bend) ใช้กับขนมแท่งและคุกกี้เพื่อวัดความเปราะ (Brittleness) และแรงที่ทำให้หัก การทดสอบกดเจาะ (Penetration) ใช้กับครีมและยาหม่องเพื่อประเมินความแน่นเนื้อและความง่ายในการเกลี่ย (Spreadability) การทดสอบกดอัดด้วยหัววัดทรงกระบอก (Cylinder Compression) ซึ่งใช้หลักการเดียวกับวิธีวัดความแน่นเนื้อของขนมปัง (AACC International, 2010) ใช้กับเม็ดเคี้ยวแบบนุ่มและเม็ดเคี้ยวอัด (Chewable Tablet) และการทดสอบดึง (Tensile Test) ใช้กับมาสก์แผ่นและฟิล์ม การทดสอบเหล่านี้ต้องใช้อุปกรณ์จับยึดเฉพาะของแต่ละแบบ และแยกจากการวิเคราะห์ TPA ซึ่งเป็นบริการหลักของหน้านี้

ขอบเขตบริการวิเคราะห์เนื้อสัมผัสของห้องปฏิบัติการวิสไบโอ

บริการของห้องปฏิบัติการวิสไบโอ ซึ่งดำเนินการร่วมกับห้องปฏิบัติการพันธมิตร ครอบคลุมตัวอย่างสี่กลุ่ม

  • ขนมและของกินเล่น: ขนมกรอบ คุกกี้ ขนมแท่ง ผลไม้อบแห้ง ของขบเคี้ยวจากธัญพืช และของกินเล่นเพื่อสุขภาพ
  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบบเคี้ยว: กัมมี่ เม็ดเคี้ยว ซอฟต์ชิว (Soft Chew) และเม็ดเคี้ยวอัด (Chewable Tablet)
  • เจลลี่และของหวาน: เจลลี่คัพ เจลลี่บุก (Konjac Jelly) และผลิตภัณฑ์ที่ใช้เจลาตินหรือเพคตินเป็นฐาน
  • เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สมุนไพรเนื้อกึ่งแข็งหรือของแข็ง: ยาหม่อง ลิปสติก รองพื้นแบบอัดแข็ง อายแชโดว์ และผลิตภัณฑ์ที่อัดขึ้นรูปทรง

การนำผลการวิเคราะห์เนื้อสัมผัสไปใช้ประโยชน์

ผลการวิเคราะห์เนื้อสัมผัสใช้ได้ในหลายช่วงของผลิตภัณฑ์

  • ขั้นวิจัยและพัฒนา: ใช้ค่า TPA เปรียบเทียบสูตรต้นแบบ และทดสอบผลของการเปลี่ยนผู้ส่งวัตถุดิบหลัก
  • ขั้นก่อนเปิดตัว (Pre-launch): ใช้เป็นค่าตั้งต้น (Baseline) ของข้อกำหนดเฉพาะ และตั้งเกณฑ์การเปลี่ยนแปลงของความแข็งที่ยอมรับได้สำหรับการปล่อยล็อต
  • ขั้นการผลิตเชิงพาณิชย์: ใช้เป็นเกณฑ์ปล่อยล็อต และใช้คู่กับการศึกษาความคงตัวเพื่อยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ยังคงเนื้อสัมผัสตามข้อกำหนดเฉพาะตลอดอายุการเก็บรักษา ทั้งในการศึกษาความคงตัวในสภาวะจริง (Real-time Stability) และในสภาวะเร่ง (Accelerated Stability)
  • ขั้นส่งออก: ใช้เป็นเอกสารแนบใบรับรองผลการวิเคราะห์ (Certificate of Analysis: COA) เพื่อรองรับการตรวจรับของผู้ซื้อ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการวิเคราะห์เนื้อสัมผัส (TPA)

การวิเคราะห์เนื้อสัมผัส (Texture Profile Analysis: TPA) คืออะไร

TPA คือการวัดความแข็ง ความเด้ง ความเหนียว และคุณลักษณะเนื้อสัมผัสอื่นให้เป็นตัวเลข ด้วยเครื่องวิเคราะห์เนื้อสัมผัสที่กดอัดตัวอย่างสองครั้งติดกันเพื่อเลียนแบบการกัดของมนุษย์ ผลที่ได้ใช้เปรียบเทียบระหว่างสูตร ระหว่างล็อต และตลอดอายุการเก็บรักษา

เครื่อง Texture Analyzer ทำงานอย่างไร

หัววัดของเครื่องกดอัดตัวอย่างลงไปตามระยะที่กำหนด เช่น 50% หรือ 75% ของความสูงตัวอย่าง สองครั้งติดต่อกันโดยเว้นช่วงพัก เครื่องบันทึกแรงตามระยะและเวลา แล้วคำนวณเป็นพารามิเตอร์เนื้อสัมผัส

TPA ให้ค่าอะไรบ้าง

ค่าหลักมี 7 ค่า ได้แก่ ความแข็ง (Hardness) ความเด้ง (Springiness) ความเหนียวยึด (Cohesiveness) ความเหนียวติด (Adhesiveness) Gumminess สำหรับผลิตภัณฑ์กึ่งแข็ง ความนุ่มเหนียว (Chewiness) สำหรับผลิตภัณฑ์แข็ง และความยืดหยุ่นทันที (Resilience)

ทำไมเนื้อสัมผัสของขนมหรือกัมมี่จึงเปลี่ยนไประหว่างการเก็บรักษา

ขนมกรอบมักนิ่มลงเพราะแป้งและโปรตีนในโครงสร้างดูดความชื้น ขนมและกัมมี่ที่แข็งขึ้นมักสูญเสียน้ำจากโครงข่ายเจลหรือเกิดปฏิกิริยาเมลลาร์ด ส่วนเจลลี่ที่หมดความเด้งมักมีโครงข่ายไฮโดรคอลลอยด์สลายตัวจาก pH อุณหภูมิ หรือการเคลื่อนที่ของน้ำ

ห้องปฏิบัติการวิสไบโอรับวิเคราะห์เนื้อสัมผัสของตัวอย่างประเภทใดบ้าง

รับตัวอย่างสี่กลุ่ม ได้แก่ ขนมและของกินเล่น เช่น ขนมกรอบ คุกกี้ และขนมแท่ง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบบเคี้ยว เช่น กัมมี่และเม็ดเคี้ยว เจลลี่และของหวาน และเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรเนื้อกึ่งแข็ง เช่น ยาหม่อง ลิปสติก และรองพื้นแบบอัดแข็ง

ผลการวิเคราะห์เนื้อสัมผัสนำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง

ใช้เปรียบเทียบสูตรต้นแบบและผลของการเปลี่ยนผู้ส่งวัตถุดิบ ใช้เป็นค่าตั้งต้นของข้อกำหนดเฉพาะ ใช้ตรวจปล่อยล็อตและติดตามเนื้อสัมผัสระหว่างการศึกษาความคงตัว และใช้เป็นเอกสารแนบใบรับรองผลการวิเคราะห์สำหรับการส่งออก

เอกสารอ้างอิง:

  1. AACC International. (2010). Measurement of bread firmness by universal testing machine (Approved Method 74-09.01). AACC International.
  2. Szczesniak, A. S. (1963). Classification of textural characteristics. Journal of Food Science, 28(4), 385–389. https://doi.org/10.1111/j.1365-2621.1963.tb00215.x
  3. ราชกิจจานุเบกษา. (2522, พฤษภาคม 13). พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522. ราชกิจจานุเบกษา, 96(79 ก), 1–24.
  4. ราชกิจจานุเบกษา. (2558, กันยายน 8). พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558. ราชกิจจานุเบกษา, 132(86 ก), 1–22.
  5. ราชกิจจานุเบกษา. (2562, เมษายน 30). พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562. ราชกิจจานุเบกษา, 136(56 ก), 116–161.