การทดสอบความคงตัว (Stability Test) คือการเก็บผลิตภัณฑ์ไว้ในสภาวะที่กำหนด เช่น อุณหภูมิ ความชื้น และแสง แล้วตรวจคุณภาพซ้ำเป็นระยะ เพื่อดูว่าผลิตภัณฑ์เปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป ส่วน Shelf Life คือช่วงเวลาที่ผลิตภัณฑ์ยังมีคุณภาพตามข้อกำหนดเมื่อเก็บในสภาวะที่ระบุบนฉลาก ภาษาไทยเรียกว่าอายุการเก็บรักษา ผลการทดสอบความคงตัวจึงเป็นหลักฐานหลักที่ใช้กำหนดวันหมดอายุหรือวันควรบริโภคก่อน

เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์สมุนไพร และเครื่องดื่ม ล้วนเปลี่ยนแปลงได้ระหว่างการเก็บรักษา สีอาจเข้มขึ้น กลิ่นอาจเปลี่ยน ครีมอาจแยกชั้น ผงอาจจับตัวเป็นก้อน และสารสำคัญอาจลดลง ถ้าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดก่อนวันหมดอายุบนฉลาก แบรนด์ต้องรับมือกับข้อร้องเรียนหรือการเรียกคืนสินค้า การทดสอบความคงตัวช่วยให้เห็นปัญหาตั้งแต่ขั้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ ห้องปฏิบัติการวิสไบโอให้บริการตั้งแต่การวางแผนการศึกษาไปจนถึงการวัดพารามิเตอร์ที่ใช้ติดตามคุณภาพ

Stability Test ตรวจอะไรบ้าง

การทดสอบความคงตัวติดตามคุณภาพหลายด้านพร้อมกัน ได้แก่ ลักษณะทางกายภาพ คุณสมบัติทางเคมี คุณภาพด้านจุลชีววิทยา ลักษณะที่ผู้บริโภครับรู้ได้ และความเข้ากันได้กับบรรจุภัณฑ์ แนวทางสากลสำหรับเครื่องสำอางไม่ได้กำหนดสภาวะหรือเกณฑ์แบบเดียวที่ใช้ได้กับทุกผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิตจึงต้องกำหนดแผนการทดสอบของตนเองพร้อมเหตุผลประกอบ (International Organization for Standardization [ISO], 2018) ห้องปฏิบัติการวิสไบโอตรวจคุณภาพด้านจุลชีววิทยาได้เอง ดูรายละเอียดที่หน้าบริการทดสอบการปนเปื้อน ฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ

พารามิเตอร์ที่เลือกขึ้นกับชนิดของผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างเช่น

  • เครื่องสำอาง: สี กลิ่น ค่า pH ความหนืด และการแยกชั้น
  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร: ความชื้น ค่า aw การจับตัวเป็นก้อน และความกร่อนของเม็ด
  • ผลิตภัณฑ์สมุนไพร: สี กลิ่น ความชื้น และสารสำคัญ เช่น เคอร์คูมินอยด์ ในขมิ้นชัน
  • เครื่องดื่ม: สี ความขุ่น ค่า pH ค่าบริกซ์ และการเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล

เมื่อไรแบรนด์ควรทดสอบความคงตัว

  • ก่อนวางตลาดสูตรใหม่ เพื่อกำหนดอายุการเก็บรักษา และสำหรับเครื่องสำอาง ใช้ประกอบการกำหนดระยะเวลาที่ใช้ได้หลังเปิดใช้ (Period After Opening: PAO)
  • เมื่อเปลี่ยนวัตถุดิบ ผู้ส่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต หรือผู้รับจ้างผลิต
  • เมื่อเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ เพราะบรรจุภัณฑ์กำหนดว่าความชื้น ออกซิเจน และแสงเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้มากเพียงใด
  • เมื่อจะส่งออกไปตลาดที่ร้อนชื้นกว่าเดิม หรือเมื่อผู้ซื้อขอข้อมูลความคงตัว
  • เมื่อต้องการขยายอายุการเก็บรักษาบนฉลาก หรือต้องหาสาเหตุของข้อร้องเรียนเรื่องสี กลิ่น หรือการแยกชั้น

อายุการเก็บรักษา (Shelf Life) กำหนดจากอะไร

อายุการเก็บรักษาที่เชื่อถือได้มาจากการศึกษาความคงตัวระยะยาว (Real-time Stability) ในสภาวะใกล้เคียงการเก็บจริง แนวทางของยากำหนดสภาวะตามเขตภูมิอากาศของตลาด เช่น 25 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 60% (Zone II) และ 30 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 75% (Zone IVb; World Health Organization, 2018) ซึ่ง Zone IVb เป็นสภาวะระยะยาวทั่วไปของภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Consultative Committee for Standards and Quality – Pharmaceutical Product Working Group, 2018)

การศึกษาแบบเร่ง (Accelerated Stability) ตามแนวทาง ICH Q1A(R2) เก็บผลิตภัณฑ์ที่ 40 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 75% อย่างน้อย 6 เดือน ช่วยประมาณอายุการเก็บรักษาเบื้องต้นได้เร็ว แต่ไม่ได้แทนข้อมูลระยะยาว (International Conference on Harmonisation [ICH], 2003) แนวทาง ICH เขียนขึ้นสำหรับยา แต่ผู้ผลิตเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และสมุนไพรจำนวนมากใช้เป็นกรอบอ้างอิง นอกจากนี้ยังมีการศึกษาเฉพาะด้าน ได้แก่ รอบอุณหภูมิระหว่างการขนส่ง การได้รับแสง (ICH, 1996) และการเปิดใช้ซ้ำ

บริการทดสอบความคงตัวของห้องปฏิบัติการวิสไบโอ

บริการทั้ง 29 รายการแบ่งเป็น 6 กลุ่ม อ่านรายละเอียดได้ที่หน้าของแต่ละบริการ บางบริการดำเนินการร่วมกับห้องปฏิบัติการพันธมิตร ซึ่งระบุไว้ในหน้าของบริการนั้น

การศึกษาความคงตัว (Stability Studies)

คุณสมบัติทางกายภาพ (Physical Properties)

คุณสมบัติทางเคมี (Chemical Properties)

การประเมินทางประสาทสัมผัส (Sensory Evaluation)

ระบบห่อหุ้มสารสำคัญ (Encapsulation)

การทดสอบบรรจุภัณฑ์ (Packaging)

ห้องปฏิบัติการวิสไบโอช่วยอะไรได้บ้าง

  • วางแผนการศึกษา: เลือกรูปแบบการศึกษา สภาวะ จุดเวลาตรวจ และพารามิเตอร์ให้ตรงกับผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และตลาดเป้าหมาย โดยออกแบบตามแนวทาง เช่น ICH Q1A(R2) และ ISO/TR 18811
  • เก็บตัวอย่างในสภาวะที่กำหนด: เก็บในตู้ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นของห้องปฏิบัติการวิสไบโอตามแผนการศึกษา พร้อมบันทึกสภาวะอย่างต่อเนื่อง ส่วนการทดสอบความคงตัวต่อแสงดำเนินการร่วมกับห้องปฏิบัติการพันธมิตร
  • วัดด้วยวิธีเดิมทุกจุดเวลา: เทียบกับค่าตั้งต้น (T0) เพื่อให้ได้แนวโน้มที่เปรียบเทียบกันได้
  • รายงานและตีความผล: เทียบแนวโน้มกับเกณฑ์ยอมรับในข้อกำหนดเฉพาะ (Specification) ของผลิตภัณฑ์ เพื่อใช้ประกอบการกำหนดอายุการเก็บรักษา

วิสไบโอเป็นห้องปฏิบัติการภายนอกที่ไม่ได้ผลิตหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของลูกค้า ผลการทดสอบจึงเป็นกลาง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Stability Test และ Shelf Life

Shelf Life คืออะไร และต่างจาก PAO อย่างไร

Shelf Life คือช่วงเวลาที่ผลิตภัณฑ์ซึ่งยังไม่เปิดใช้คงคุณภาพตามข้อกำหนด ส่วน PAO (Period After Opening) คือช่วงเวลาที่เครื่องสำอางใช้ได้หลังเปิดครั้งแรก แสดงด้วยสัญลักษณ์กระปุกเปิดฝาพร้อมจำนวนเดือน ในสหภาพยุโรป เครื่องสำอางที่มีอายุการเก็บรักษาเกิน 30 เดือนโดยทั่วไปต้องแสดง PAO แทนวันควรใช้ก่อน (European Parliament & Council of the European Union, 2009)

Stability Test ใช้เวลานานเท่าไร

ขึ้นกับอายุการเก็บรักษาที่ต้องการระบุ แนวทาง ICH Q1A(R2) ให้ศึกษาระยะยาวต่อไปจนครอบคลุมอายุที่เสนอ ส่วนการศึกษาแบบเร่งใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน ระยะเวลาการศึกษานี้ต่างจากระยะเวลาออกรายงาน ซึ่งสอบถามเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง

การทดสอบแบบเร่งใช้แทนการทดสอบระยะยาวได้หรือไม่

ใช้แทนไม่ได้ เพราะการเปลี่ยนแปลงบางแบบที่อุณหภูมิสูงไม่ได้เกิดแบบเดียวกับที่อุณหภูมิปกติ เช่น ไขบางชนิดหลอม อายุบนฉลากจึงควรยืนยันด้วยข้อมูลระยะยาว ส่วนหลักจำที่ว่าผ่านสภาวะเร่ง 6 เดือนแล้วระบุอายุ 2 ปีได้ ไม่ใช่ข้อกำหนดของแนวทาง ICH

ทำไมต้องทดสอบในบรรจุภัณฑ์จริง

วัสดุแต่ละชนิดให้ความชื้น ออกซิเจน และแสงผ่านได้ไม่เท่ากัน และบางชนิดทำปฏิกิริยากับส่วนผสมได้ แนวทาง ICH Q1A(R2) จึงให้ศึกษาในบรรจุภัณฑ์แบบเดียวกับที่จะวางจำหน่าย ถ้าเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ ผลเดิมอาจใช้อ้างอิงไม่ได้

เปลี่ยนสูตรหรือวัตถุดิบต้องทดสอบความคงตัวใหม่หรือไม่

โดยทั่วไปควรทดสอบใหม่หรือทดสอบยืนยัน ขอบเขตขึ้นกับความเสี่ยงของการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนเล็กน้อยอาจวัดเฉพาะพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้อง ส่วนการเปลี่ยนสูตรหลักควรเริ่มการศึกษาใหม่

เอกสารอ้างอิง:

  1. ASEAN Consultative Committee for Standards and Quality – Pharmaceutical Product Working Group. (2018). ASEAN guideline on stability study of drug product (Revision 2).
  2. European Parliament & Council of the European Union. (2009). Regulation (EC) No 1223/2009 of the European Parliament and of the Council of 30 November 2009 on cosmetic products. Official Journal of the European Union, L 342, 59–209.
  3. International Conference on Harmonisation of Technical Requirements for Registration of Pharmaceuticals for Human Use. (1996). Stability testing: Photostability testing of new drug substances and products Q1B.
  4. International Conference on Harmonisation of Technical Requirements for Registration of Pharmaceuticals for Human Use. (2003). Stability testing of new drug substances and products Q1A(R2).
  5. International Organization for Standardization. (2018). Cosmetics — Guidelines on the stability testing of cosmetic products (ISO/TR 18811:2018).
  6. World Health Organization. (2018). Annex 10: Stability testing of active pharmaceutical ingredients and finished pharmaceutical products. In WHO Expert Committee on Specifications for Pharmaceutical Preparations: Fifty-second report (WHO Technical Report Series, No. 1010, pp. 309–352).